ขายหน่อไม้ดอง หน่อไม้ต้ม อร่อย สะอาด ไม่ใส่สารฟอกขาว ไม่ใส่สารกันบูด จะเมนูไหนๆก็ทำได้ง่ายๆ สอบถามได้เลยจ้า

หน่อไม้ก็คือส่วนของลำต้นไผ่ที่ยังอ่อนอยู่ หรือส่วนที่ถูกฝังดินไว้ เป็นส่วนของต้นไผ่ที่ต้องใช้วิธีขุดขึ้นมาเพื่อใช้งาน หน่อไม้สามารถนำมาต้มและจิ้มกับน้ำพริกมีรสชาติที่ดี และมีประโยชน์ การนำหน่อไม้มาดองเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง อาจเรียกว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านก็ได้ เนื่องจากหน่อไม้ดองจะมีสูตรในการทำอยู่หลายสูตร ล้วนเป็นสูตรที่เรียกว่าของใครของมัน แต่ละสูตรก็สามารถสร้างรายได้ให้ผู้เป็นเจ้าของสูตรได้มากมายด้วยการทำเป็นสินค้าโอท๊อป

หน่อไม้ดองแม้จะไม่มีคุณค่าทางอาหารสูงเหมือนหน่อไม้สด แต่หน่อไม้ดองก็มีคุณค่าแฝงทางอาหารอยู่มากไม่น้อยเช่นกัน เช่น ในหน่อไม้ดองจะมีแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ปนอยู่ในดิน และติดมากับหน่อไม้ชื่อ คลอสทรีเดีย เจ้าแบคทีเรียตัวนี้สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพการณ์ที่ไม่มีอากาศหรือออกซิเจน โดยเฉพาะในอาหารประเภทของหมักของดองทั้งหลายซึ่งได้แก่อาหารจำพวกผลไม้ดองต่าง ๆ และโดยเฉพาะหน่อไม้ดอง และอาหารกระป๋อง

แบคทีเรียคลอสทรีเดียนี้แท้จริงแล้วเป็นแบคทีเลียที่เป็นสารพิษซึ่งผสมอยู่ในอาหาร นอกจากจะเป็นสารพิษ แต่มันก็มีประโยชน์อยู่ในตัวเองด้วย แม้กระทั่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกายังต้องยอมรับ และอนุญาตให้นำแบคทีเรียตัวนี้ไปผ่านกระบวนการแยกพิษออก และทำให้เจือจางลงเพื่อประโยชน์ในการใช้บำบัดโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อโดยการตั้งชื่อให้ใหม่หลังแปลงโฉมแล้วว่า โบท๊อก ซึ่งก็คือสารที่นำมาใช้ในการเสริมความงามที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้นั่นเอง

นอกจากหน่อไม้ดองจะสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนูแล้ว โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจากเนื้อปลาที่มีคาวจัด เนื่องจากหน่อยไม้ดองจะช่วยลดกลิ่นคาวของปลาในอาหารได้เป็นอย่างดี หน่อไม้ดองยังมีสรรพคุณในทางยาอีกต่างหาก โดยการลดการเกิดมะเร็งในสำไส้ใหญ่ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก และยังช่วยในการย่อยอาหาร เนื่องจากหน่อไม้ดองเป็นอาหารที่มีเส้นใยสูงมาก เส้นใยในอาหารเหล่านี้เมื่อถูกย่อยเป็นกากจะมีการดูดซึมและเป็นการชะลอการทำงานของลำไส้และระบบย่อยอาหารในผู้สูงอายุ ก่อนที่อาหารส่วนที่ไม่มีประโยชน์จะถูกระบบในร่างกายแยกไปตกค้างไว้ที่ลำไส้ใหญ่เพื่อรอการขับถ่ายต่อไป ส่วนที่เป็นอาหารที่มีประโยชน์จะถูกกระแสเลือดนำไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนที่ไม่มีประโยชน์ เช่น สารพิษต่าง ๆ โลหะหนัก และยาฆ่าแมลงที่เรากินเข้าไปก็จะถูกแยกไปตกค้างไว้ที่ลำไส้ใหญ่เพื่อรอการบีบตัวออกทางทวารหนักอย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น

หน่อไม้ดองแม้จะเป็นเพียงของหมักดองที่ดูว่าไร้ค่า และไร้ประโยชน์ แต่แท้จริงแล้วเป็นอาหารที่มีประโยชน์และสรรพคุณในทางยาที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งก็ได้

หน่อไม้ดองแม้ว่าจะเป็นอาหารหมัก ๆ ดอง ๆ ดูเหมือนว่าจะไม่มีคุณค่าในทางอาหารสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้นำมาวิจัยให้ละเอียด หน่อไม้ดองก็มีประโยชน์ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะนอกจากจะนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง ทั้งผัด ทั้งแกง หรือต้มแล้ว หน่อไม้ดองยังสามารถนำมาผสมกับเนื้อสัตว์ และปลาเพื่อปรุงเป็นอาหารได้อีกมากมายหลายอย่าง เช่น ผัดพริกแกงหมูสับหน่อไม้ดอง แกงหน่อไม้ดองแบบอีสาน หน่อไม้ดองผัดวุ้นเส้น หน่อไม้ดองอกไก่ แกงปลาดุกหน่อไม้ดอง และแกงไก่บ้านหน่อไม้ดอง เป็นต้น

ซึ่งเป็นอาหารเมนูของทางภาคอีสานเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นอาหารที่เพิ่มคุณค่านอกจากโปนตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์แล้ว ยังได้คุณค่าจากหน่อไม้ดองอีกต่างหาก เนื่องจากหน่อไม้ดองเป็นอาหารที่มีเส้นใยสูง มีประโยชน์ในทางเป็นอาหารเพื่อช่วยชะลอการทำงานของระบบการย่อย และการบีบตัวของลำไส้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ระบบทางเดินอาหารที่เคยทำงานหนักมาแล้วตลอดเวลา จะได้ถึงเวลาที่พักผ่อนหรือเป็นการชะลอการทำงานของอวัยวะภายในลง โดยเส้นใยของหน่อไม้ดองจะเข้าไปลดการย่อยและการดูดซึมของกระเพาะอาหาร และลำไส้ลงได้ ทำให้ผู้สูงอายุที่มีอาการท้องผูก อาหารไม่ย่อยมีอาการดีขึ้น และสบายขึ้น

หน่อไม้ดองนอกจากจะนำมาผสมกับเนื้อสัตว์ เนื้อปลาเพื่อการปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนูแล้ว หน่อไม้ดองยังมีสรรพคุณในทางยาหรือเป็นยาสมุนไพรอีกด้วย โดยมีสรรพคุณในการช่วยลดภาวการณ์เกิดมะเร็งลำไส้ ลดและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นใยในหน่อไม้ดองที่มีสรรพคุณในการช่วยย่อยอาหารนั่นเอง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุถ้าได้บริโภคเส้นใยแล้วจะทำให้ท้องสบายขึ้นมาก เนื่องจากไม่มีแก๊สในกระเพาะอาหารให้อึดอัดอีกต่อไป และสามารถที่จะถ่ายได้อย่างสะดวก

ข้อควรระวังในการบริโภคหน่อไม้ และหน่อไม้ดอง หน่อไม้เป็นส่วนของลำไผ่ที่ยังไม่แก่หรืองอกออกมาเป็นต้นไผ่ มีส่วนที่ยังอยู่ในดิน สามารถนำมาประกอบอาหารกับเนื้อสัตว์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะหน่อไม้ดองแม้ว่าจะมีคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าหน่อไม้สด แต่มีคุณค่าแฝงหรือมีสรรพคุณทางยาอย่างที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่แพทย์ก็ไม่อาจที่จะแนะนำให้บริโภคเป็นประจำได้เหมือนกันโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคบางชนิด เช่น ผู้ป่วยโรคเกาต์ ไม่ควรรับประทานเนื่องจากในหน่อไม้ดองจะมีสารพิวรินอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสารพิวรินตัวนี้เป็นสารที่ทำให้กรดยูริกที่เป็นสาเหตุของโรคเกาต์สูงขึ้น ซึ่งสารพิวรินนี้จะมีมากในสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ และถั่วต่าง ๆ โดยเฉพาะในหน่อไม้

จะอย่างไรก็ตามของที่มีประโยชน์สูง ก็อาจมีโทษได้เช่นกัน ดังนั้นการบริโภคก็ไม่ควรให้มากเกินไป ควรรับประทานให้พอดี ก็จะมีคุณค่าทางอาหารพอดีเช่นกัน

หน่อไม้มีคุณค่าทางอาหารสูงโดยเฉพาะหน่อไม้สด และหน่อไม้ดองอาจมีคุณค่าทางอาหารที่น้อยกว่าก็จริง แต่ในทางการแพทย์แล้ว หน่อไม้ดองนับว่ามีคุณค่าและสรรพคุณทางยาอย่างเห็นได้ชัด จึงนับว่าหน่อไม้ดองมีคุณค่าที่แฝงอยู่ในตัว ซึ่งหาได้ยากในของหมักของดองอื่น ๆ หน่อไม้ดองหรือหน่อไม้ปี๊บ นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาของคนไทยเนื่องจากเป็นวิธีถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ที่จะสามารถเก็บไว้กินได้เป็นเวลานานกว่าหน่อไม้สด

ในขณะเดียวกันทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุขได้ออกมาชี้ว่า การบริโภคหน่อไม้ดองอาจทำให้ร่างกายขาดแคลเซียมได้ แนะให้บริโภคหน่อไม้สดดีกว่า เนื่องจากหน่อไม้สดจะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่า ย้ำการบริโภคหน่อไม้ควรทำความสะอาดให้ดีด้วยการล้างให้สะอาด หรือต้มในน้ำเดือดทุกครั้งก่อนนำมาบริโภค เพื่อเป็นการป้องกันการได้รับเชื้อโบทูลินั่ม ซึ่งเป็นสารพิษที่มีฤทธิ์สามารถทำลายระบบประสาทการมองเห็น ทำให้เห็นภาพซ้อน นัยน์ตาพล่ามัวมองเห็นภาพไม่ชัดเจน หลังตาตก มีอาการพูดไม่ชัด หรือการกลืนอาหารลำบาก ปากแห้ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งอาการดังกล่าวอาจแสดงให้เห็นได้หลังได้รับสารพิษโบทูลินั่มเข้าไปแล้วประมาณ 2-4 ช.ม. หรืออย่างช้าประมาณ 12-36 ช.ม. หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีก็อาจเสียชีวิตได้ โดยมีอาการระบบการหายใจล้มเหลว ดังนั้นหากพบอาการดังกล่าวที่ผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

เมนูหน่อไม้ถือเป็นอาหารโปรดของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นผัด แกง ต้ม ทั้งรับประทานสดหรือดองโดยมีอาหารโปรตีนรวมอยู่ด้วย ในการรับประทานหน่อไม้สดจะได้คุณค่าทางอาหารมากกว่าเนื่องจากหน่อไม้สดจะมีพลังงานน้อยกว่า เนื่องจากหน่อไม้ดองจะสูญเสียวิตามินและพลังงานไปในการหมักดองเกือบหมด ดังนั้นการที่จะให้ร่างกายได้รับสารอาหารเหมือนเดิมควรรับประทานผักสดให้หลากหลายชนิดอย่างเพียงพอ การที่จะซื้อหน่อไม้สด หรือดองมาประกอบอาหารด้วยตนเองควรต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาดให้มาก โดยการล้างให้สะอาดและนำมาต้มให้สุกเพื่อการบริโภค หน่อไม้สดควรต้มในน้ำเดือดประมาณ 20-30 นาที จำนวน 1 ครั้ง ส่วนหน่อไม้ดองควรต้มในน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาที จำนวน 2 ครั้ง แล้วให้เทน้ำทิ้งก่อนที่จะนำมาปรุงอาหารทั้งนี้เพื่อป้องกันเชื้อโบทูลินั่ม และการต้มดังกล่าวยังเป็นการลดสารไซยาไนต์ให้หมดไปอีกด้วย เนื่องจากสารไซยาไนต์จะมีอยู่ในของหมักดองทุกชนิด โดยเฉพาะหน่อไม้ดอง

การบริโภคของสดที่ซื้อมาจากตลาดโดยเฉพาะผัก ผลไม้ ควรล้างให้สะอาดก่อนที่จะบริโภค หน่อไม้สดหรือหน่อไม้ดองก็เป็นอาหารที่จะนำมาบริโภคในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารก็ควรต้องปฏิบัติเช่นเดี่ยวกับผักสด คือควรล้างให้สะอาดหรือต้มให้สุดอย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น จึงสามารถไว้ใจได้ 100%…