7 เรื่องสีย้อมผมที่ต้องรู้ให้เคลียร์ก่อนทำ

แค่เปลี่ยนสีผมก็สามารถช่วยปรับเปลี่ยนลุคจากสาวธรรมดาให้กลายเป็นสาวหวาน หรือสาวเปรี้ยวได้แล้ว ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สีย้อมผมออกเหมือนกับสีบนกล่อง คือ สีผม และสภาพเส้นผม ดังนั้นวันนี้จะมีเกร็ดน่ารู้เรื่อง “7 เรื่องสีย้อมผมที่ต้องรู้ให้เคลียร์ก่อนทำ” มาฝาก

เตรียมผมให้พร้อม : หากผมของคุณแตกปลายควรเล็มปลายผมที่แห้งเสียออกให้หมด และควรสระผมก่อนทำสีผม 1 วัน ไม่ทิ้งผมไว้หลายวันโดยไม่สระหรือสระทันทีก่อนทำสี เพราะผมที่สะอาดหรือสกปรกเกินไปสามารถส่งผลต่อสีที่จะออกมาได้

เลือกสีย้อมผม : ใครๆ ก็อยากได้สีผมที่สวย และเหมาะสมกับตัวเอง ดังนั้นขั้นตอนการเลือกสีย้อมผมจึงสำคัญ โดยต้องพิจารณาจากสีผิวมาเป็นอันดับแรก ถ้าเป็นคนผิวขาวหรือขาวอมชมพูควรทำสีผมบลอนด์หรือน้ำตาลอ่อน ส่วนสาวผิวเหลืองหรือผิวสีน้ำผึ้งแนะนำให้ทำสีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาลแดงคอปเปอร์ นอกจากนี้สภาพเส้นผมยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ผู้ที่มีผมเป็นลอนคลื่นสามารถทำเฉดดิ้งได้มากถึง 5-6 ช่อ ส่วนสาวผมตรงแนะนำให้ทำแค่สีผมเพียงอย่างเดียวจะสวยกว่า

ปริมาณสีย้อมผม : ถ้าผมยาวกว่าระดับไหล่ลงไป ต้องกะปริมาณน้ำยาย้อมผมให้เพียงพอ เพราะกล่องเดียวไม่เพียงพออย่างแน่นอน

หมวกอาบน้ำ : หลังจากทาน้ำยาย้อมผมจนทั่วทั้งศีรษะแล้ว ให้รวบผมแล้วคลุมด้วยหมวกอาบน้ำ เพื่อให้น้ำยาย้อมผมไม่เลอะหน้าผากและต้นคอ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้น้ำยาซึมลงสู่เส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ค่อยเป็นค่อยไป : หากเป็นคนที่มีผมสีเข้มมาก แต่ต้องการเปลี่ยนเป็นสีอ่อนอย่างสีบลอนด์หรือน้ำตาลอ่อน ควรใจเย็นค่อยๆให้สีผมอ่อนลงทีละระดับ ให้ผมได้มีเวลาพักฟื้นสภาพผมแล้วจึงค่อยย้อมสีผมซ้ำอีก 1-2 ครั้ง จนได้สีตามที่ต้องการ

: หากสีผมที่ได้ออกมาดูเข้มและจัดกว่าสีจริงที่ต้องการ สามารถแก้โดยใช้ครีมทรีตเมนต์หมักผมที่เปียกหมาดแล้วพันด้วยพลาสติกใสทับอีกชั้นด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ทิ้งไว้ 10 นาที แกะออกแล้วใช้ไดร์เป่าผมด้วยลมอุ่นอีก 10 นาที หลังจากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด บำรุงด้วยครีมนวดผม วิธีนี้จะช่วยทำให้สีผมอ่อนลงได้

ยืดอายุให้สีผมเปล่งประกายสวย : เพื่อรักษาสีผมให้สวยอยู่เสมอ ควรใช้แชมพูสูตรปกป้องผมทำสี และต้องบำรุงด้วยครีมนวดผมทุกครั้งที่สระผม นอกจากนี้ควรใช้เซรั่มหรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีส่วนผสมของซิลิโคนเพื่อช่วยเคลือบปิดเกล็ดผม ทำให้ผมดูเรียบลื่น เงางาม

ถ้าจะย้อมสีผมครั้งต่อไป อย่าลืมนำ 7 เคล็ดลับที่นำมาฝากในวันนี้ไปใช้ด้วยนะคะ รับรองว่าจะได้สีผมตรงกับที่ใจต้องการแถมผมยังสวยและสุขภาพดีอีกด้วย

เคล็ดลับแต่งหน้าให้สวยสดใส

แต่งหน้าแบบใสๆ จะเหมาะสำหรับในช่วงวันหยุดแบบสบายๆ เพราะจะดูเข้ากับบรรยากาศได้เป็นอย่างดี สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากทดลองวิธีการแต่งหน้าแบบใสๆ ดูบ้าง ลองตามมาดูกันนะคะ รับรองได้เลยว่าสวยใสและแอ๊บแบ๊วได้ใจอย่างแน่นอนค่ะ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

– ครีมบำรุงผิว หรือมอยเจอร์ไรเซอร์

– ครีมกันแดด

– บีบีครีม เลือกให้สีเหมาะกับสีผิวของเรากันด้วยนะคะ

– คอนซีลเลอร์ เอาไว้ปกปิดจุดด่างดำต่างๆ บนใบหน้า

– ดินสอเขียนคิ้ว เลือกให้มีเฉดสีอ่อนกว่าสีผมของเราหนึ่งเฉด

– อายไลเนอร์สีน้ำตาลเข้ม

– มาสคาร่าสำหรับปัดขนตา

– แป้งพัฟหรือแป้งฝุ่นก็ได้นะคะ เลือกให้มีสีใกล้เคียงกับสีผิว

– ลิปกลอส หรือใครจะใช้เป็นลิปสติกสีที่มีสีในโทนอ่อนๆ อย่างเช่น สีชมพู หรือสีส้มก็ดูเข้ากันได้ดีกับลุคการแต่งหน้าแบบใสๆ

วิธีการแต่งหน้า

1. ล้างหน้าให้สะอาดในขั้นตอนแรกแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นให้เริ่มเตรียมผิวด้วยการทาครีมบำรุงหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ให้ทั่วใบหน้า แล้วทิ้งไว้สักพักเพื่อให้ครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวจากนั้นลงครีมกันแดด สำหรับครีมกันแดดไม่ควรลืมกันนะคะ ไม่ว่าวันนั้นจะมีแดดหรือไม่ก็ตาม เพื่อช่วยปกป้องไม่ให้ผิวของเราหมองคล้ำหรือเกิดจุด่างดำ

2. ตามด้วยการทาบีบีครีมให้ทั่วใบหน้า สำหรับบีบีครีมจะมีเนื้อที่ไม่หนามากเหมือนครีมรองพื้นเวลานำมาแต่งหน้าจะช่วยทำให้ผิวหน้าดูเป็นธรรมชาติและดูสดใสมากยิ่งขึ้น

3. หลังจากทาบีบีครีมแล้วยังรู้สึกว่าใบหน้ายังมีจุดด่างดำให้เห็นอยู่ให้ลงคอนซิลเลอร์แต้มเฉพาะจุดเพื่อช่วยในการปกปิด หรือถ้าใครมีดวงตาเป็นแพนด้าก็ควรเลือกใช้คอนซิลเลอร์สำหรับปกปิดรอบดวงตากันด้วย

4. จากนั้นให้เราทำการเขียนคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้ว แต่ถ้าอยากให้สวยใสก็ไม่ควรเน้นให้เข้มจนเกินไปนะคะ

5. ต่อด้วยการแต่งแต้มดวงตาด้วยอายไลเนอร์โดยให้เขียนขอบตาด้านในจากบริเวณกลางตาไปจนถึงหางตาทั้งด้านล่างและด้านบน เพื่อให้ดวงตาของเราดูคมชัดมากยิ่งขึ้น จะได้ลุกแบ๊วมากไปกว่าเดิม

6. ดัดขนตาให้งอนงามอีกเล็กน้อย แล้วตามด้วยการปัดมาสคาร่า

7. จากนั้นให้ลงแป้งพัฟหรือแป้งฝุ่นตบเพียงเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า

8. ตามด้วยลิปกลอสหรือลิปสติกสีอ่อนๆ

เป็นอันเสร็จวิธีการแต่งหน้าเพียงเท่านี้คุณก็จะได้ใบหน้าสวยแบบใสๆ เหมาะสำหรับวันพักผ่อนกันได้แล้วค่ะ แต่ที่สำคัญอย่าลืมเลือกใช้เครื่องสำอางแบบกันน้ำกันด้วยนะคะ เพื่อช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานและสวยใสกันตลอดทั้งวัน

กางเกงยีนส์ขาด ๆ แฟชั่นการสวมใส่ยีนส์ สไตล์ผู้ชายมาดเซอร์

กางเกงยีนส์ถือว่าเป็นอะไรที่สามารถเลือกที่จะสวมใส่ได้ค่อนข้างหลากหลายสไตล์ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคลและเทรนด์แฟชั่นมากมายที่มีให้เลือกได้ตามจริตความชอบของแต่ละคน ในบทความนี้เราจะขอพูดถึง แฟชั่นกางเกงยีนส์แบบหนึ่งที่พบเห็นได้มานานแล้วในวงการแฟชั่นของโลกและของประเทศไทยเอง นั่นก็คือ แฟชั่นกางเกงยีนส์ขาด ๆ ที่จะช่วยให้กางเกงยีนส์ชายตัวโปรดของคุณกลายเป็นสุดยอดกางเกงยีนส์มาดเซอร์ไปในทันที

กางเกงยีนส์ชายดูเหมือนจะมีความนิยมในแฟชั่นกางเกงยีนส์แบบขาด ๆ น้อยกว่า กางเกงยีนส์ของผู้หญิง ที่ปัจจุบันนี้หันมาฮิตกางเกงยีนส์ขาด ๆ แบบติดลมบนไปแล้ว แถมยังมีการ DIY ไปต่าง ๆ นานา ๆ ให้แตกยอดต่อไปได้อีก เช่น การใช้ลูกปัด หรือ ของตกแต่งเล็ก ๆ น่ารัก มาใส่บนกางเกงยีนส์ขาด ทำให้ดูเก๋ไก๋มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับกางเกงยีนส์ชายแล้วดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น แฟชั่นกางเกงยีนส์ขาดเคยได้รับความนิยมในสมัยเดิมเป็นอย่างมาก แต่มาในปัจจุบันกลับได้รับความนิยมลดลง เนื่องจากผู้ชายหันไปนิยมกางเกงยีนส์ชายเข้ารูป ที่เป็นแฟชั่นที่กำลังมาแรงในขณะนี้มากกว่า จึงทำให้กระแสกางเกงยีนส์ขาด ๆ มาดเซอร์ กลายเป็นแฟชั่นของคนในยุค 80 – 90 เสียมากกว่า แต่กระนั้นก็ยังมีการดีไซน์กางเกงยีนส์ขาดของผู้ชายออกมาให้เห็นบ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า กางเกงยีนส์ขาดนั้นส่งเสริมรูปลักษณ์ให้ผู้ชายมาดเซอร์ แต่ในปัจจุบันกระแสเมโทรเซ็กชวลนั้นมาแรงกว่า จึงทำให้ความเซอร์ได้รับความนิยมน้อยลงนั่นเอง

สำหรับกลเม็ดเคล็ดลับในการแต่งกายด้วยกางเกงยีนส์ชายแบบขาด ๆ นั้น ควรเลือกสวมใส่ให้แมทซ์ด้วยรองเท้าผ้าใบ มากกว่าจะเป็นรองเท้าหนังที่จะดูเป็นทางการและเนี้ยบกว่าซึ่งอาจทำให้ดูขัดและไม่เข้าพวก ส่วนเสื้อที่สวมใส่ก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ๆ เช่น เสื้อเชิร์ต หรือ เสื้อยืดลายเก๋ ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้คุณผู้ชายออกมาดูดีมาดเซอร์ได้ไม่ยาก หากคุณคิดอะไรไม่ออกในการเลือกเสื้อผ้าและรองเท้าหรือ Accessories ที่จะทำให้เข้ากับกางเกงยีนส์ขาดแล้วหละก็ ให้ยึดหลักการง่าย ๆ ไว้ว่า กางเกงยีนส์ขาดคือตัวแทนของความเซอร์ ดังนั้น อะไรที่เรียบง่ายและบ่งบอกถึงความเซอร์ ก็สามารถจะเอามาแมทซ์กับเจ้ากางเกงยีนส์ขาดได้ทั้งหมด และที่สำคัญความเซอร์นั้นเป็นคนละเรื่องกับความสกปรก ดังนั้น คุณควรรักษาความสะอาดของร่างกายและเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วย เพราะคงไม่มีใครอยากเข้าใกล้ผู้ชายมาดเซอร์แต่สกปรกเป็นแน่

หน่อไม้ดอง เปรี้ยวนิดหน่อย อร่อยกำลังดี สะอาด ปลอดภัย ไร้สาร ของดีทำเมนูไหนก็ถูกใจ

10 ประโยชน์จากหน่อไม้ดอง ที่คุณอาจไม่เคยรู้!?

เมื่อเราเอ่ยถึง “หน่อไม้ดอง” หลายคนอาจคิดถึงหน่อไม้ที่ถูกนำมาแปรรูปจนมีสีขาว กลิ่นฉุนและมีรสเปรี้ยว สามารถนำไปทำอาหารได้หลายชนิด แต่หน่อไม้ดองก็มักจะมาพร้อมกับความเชื่อว่าเป็นของแสลงที่ทำให้เกิดอาการปวดข้อหรือข้อเสื่อม ทำให้หลายคนไม่กล้ากิน ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งหน่อไม้สดและหน่อไม้ดองนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด!?

ลองมาดูประโยชน์ดีๆ 10 ข้อจากหน่อไม้ดองที่คุณอาจไม่เคยรู้กันดีกว่าค่ะ

1. หน่อไม้ดองมีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย

กรดอะมิโนเป็นกรดจำเป็นในร่างกายที่เราไม่สามารถสร้างเองได้ แต่จะได้รับผ่านการรับประทานอาหารเท่านั้น และหน่อไม้ดองก็เป็นหนึ่งในอาหารที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนสำคัญหลายๆ ชนิด

2. อุดมไปด้วยไฟเบอร์ (Fiber)

สารอาหารที่มีประโยชน์ของหน่อไม้ดองจะถูกดูดซึมไปตามกระแสเลือด แต่สำหรับไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารในหน่อไม้จะถูกลำเลียงไปยังลำไส้ใหญ่ มีคุณสมบัติช่วยขับกากอาหารในร่างกาย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ได้

3. หน่อไม้ดองมีน้ำตาลน้อย

ใครที่กำลังลดน้ำหนักอาจจะยิ้มเมื่ออ่านถึงข้อนี้ หน่อไม้ดองเป็นอาหารรสเปรี้ยว ทานง่าย เต็มไปด้วยเส้นใย และที่สำคัญยังมีน้ำตาลอยู่น้อยมาก จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยชั้นดีสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก สามารถทานได้อย่างสบายใจแน่นอน

4. ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

ศาสตร์แพทย์แผนจีนมีการศึกษาและยืนยันมานานแล้วว่าหน่อไม้เป็นพืชที่มีสรรพคุณออกฤทธิ์เย็นและช่วยดับร้อน การรับประทานหน่อไม้จึงช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย แก้กระหาย แก้ไอ ขับเสมหะและช่วยบำรุงกำลัง

5. หน่อไม้ดองมีโปรตีนสูง

หน่อไม้ดองเป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่มีโปรตีนสูงและมีคุณค่าสารอาหารอื่นมากพอๆ กับเห็ด ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ทานเจ มังสวิรัติ หรือคนที่ต้องการเพิ่มโปรตีนให้กับมื้ออาหาร

6. เป็นแหล่งฟอสฟอรัสชั้นดี

ในหน่อไม้ดองเป็นแหล่งฟอสฟอรัสชั้นดี ซึ่งฟอสฟอรัสเป็นตัวช่วยให้แคลเซียมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง

7. มีธาตุเหล็กสูง

ธาตุเหล็กที่มีหน้าที่ในการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง อีกทั้งยังช่วยป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจาง นอกจากนี้ยังไม่ทำให้ร่างกายอ่อนล้าอ่อนเพลีย

8. หน่อไม้ดองเป็นแหล่งวิตามินซี

แน่นอนว่าอาหารรสเปรี้ยวอย่างหน่อไม้ดองนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี จึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย นอกจากนี้ยังช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระอีกด้วย

9. อุดมไปด้วยวิตามินบี 6

วิตามินบี 6 ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยในกระบวนการสร้างเฮโมโกลบิน นอกจากนี้ยังทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดสมดุล

10. หน่อไม้ดองมีสังกะสีอยู่สูงมาก

สังกะสีช่วยทำให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ช่วยบำรุงระบบเอนไซม์และเซลล์ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับประโยชน์ดีๆ ของหน่อไม้ดอง เชื่อว่าหลายคนคงไม่รู้และนึกไม่ถึงมาก่อนเลยใช่ไหมคะ การทานหน่อไม้ไม่ได้เป็นของแสลงกับทุกคนแต่สำหรับคนเป็นเกาต์อาจต้องเลี่ยง ส่วนคนทั่วไป เพียงแค่นำหน่อไม้ดองมาต้มให้สุก 15-20 นาที จำนวน 2 ครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโบทูลินัมและลดสารไซยาไนด์ลงคราวนี้เราก็สามารถกินหน่อไม้ดองได้อย่างอร่อย ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นของแสลง และได้รับประโยชน์ไปแบบเต็มๆ แน่นอน

เรื่องน่ารู้ของ “หน่อไม้ดอง” อาหารรสอร่อย มากประโยชน์

หากเราเอ่ยถึงอาหารพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมและยังมีการนำไปแปรรูปให้สามารถรับประทานได้ง่าย สด สะอาด เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ “หน่อไม้ดอง” ก็อาจเป็นอีกหนึ่งอาหารที่หลายคนนึกถึงด้วยเช่นกัน

หากจะพูดถึงเรื่องประโยชน์ของหน่อไม้ดอง นอกจากจะสามารถเก็บไว้ได้นาน นำมาทำกับข้าวอร่อยๆ ได้หลายอย่าง รวมถึงมีรสชาติเฉพาะตัวที่อร่อย ช่วยให้เจริญอาหารแล้ว หน่อไม้ดองเองยังมีเส้นใยสูง ช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยป้องกันอาการท้องผูกอีกทั้งยังช่วยย่อยอาหาร นอกจากนี้กากใยของหน่อไม้ดองยังช่วยดูดน้ำและเพิ่มปริมาณน้ำในลำไส้ใหญ่ ทำให้กากอาหารมีน้ำหนักมากขึ้นและเคลื่อนออกสู่ภายนอกได้เร็ว เป็นตัวช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากนี้ หน่อไม้ดองยังมีคุณค่าอื่นๆ เช่น แก้กระหาย ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยละลายเสมหะ แก้ไอ บำรุงกำลัง และแก้อาการป่วยที่เกิดจากความร้อนต่างๆ ได้ดี ส่วนประโยชน์ที่บางคนไม่รู้เกี่ยวกับหน่อไม้ดองก็คือ ช่วยขับพิษใต้ผิวหนัง ขับผื่นหัดรวมถึงผื่นชนิดอื่นๆ รวมถึงแก้โรคบิดเรื้อรัง ซึ่งอาหารที่ช่วยดึงสรรพคุณข้อนี้ของหน่อไม้ดองออกมาได้มากที่สุดก็คือ หน่อไม้ดองต้มกับปลาตะเพียน อาหารพื้นบ้านรสอร่อยมากประโยชน์

นอกจากสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อแล้ว หน่อไม้ดองก็ยังมีแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ แบคทีเรียคลอสทริเดีย ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ปะปนอยู่ในดิน เป็นแบคทีเรียที่สำนักงานอาหารและยา หรือ FDA ของประเทศสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้นำไปผ่านกระบวนการแยกเอาสารพิษออกแล้วทำให้เจือจาง เพื่อนำไปใช้ในการบำบัดรักษาโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ โบท็อก (Botox) นั่นเอง

ข้อควรระวังในการรับประทานหน่อไม้ดอง

หน่อไม้ดองเป็นอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าต่อร่างกายหลายอย่าง แต่สำหรับบุคคลบางกลุ่มอาจต้องเลี่ยงไม่รับประทานหน่อไม้ดอง นั่นก็คือผู้ป่วยเป็นโรคเกาต์ ไม่ควรรับประทานนะคะ เพราะในหน่อไม้ทั้งแบบสดและหน่อไม้ดองจะมีสารที่ชื่อว่าพิวรินอยู่ในปริมาณสูง ซึ่งสารตัวนี้เป็นสาเหตุทำให้กรดยูริกที่เป็นปัจจัยการเกิดโรคเกาต์สูงขึ้น ซึ่งกรดยูริกเป็นสารที่เกิดจากการเผาผลาญของพิวรีน มีมากในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ถั่วต่างๆ และพืชผักที่มีลักษณะอ่อนโดยเฉพาะหน่อไม้ เป็นต้น

หน่อไม้ดองเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำกับข้าวได้หลากหลาย มีรสเปรี้ยวช่วยให้เจริญอาหาร หากเรารู้จักเลือกรับประทานหน่อไม้ดองที่สดสะอาด ผ่านกรรมวิธีการดองที่ได้มาตรฐาน รวมถึงนำมาปรุงให้สุกก่อนทาน เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถทานหน่อไม้ดองอร่อยๆ ได้แบบสบายใจ แถมยังได้รับประโยชน์ไปแบบเต็มๆ อีกด้วย

5 เคล็ดลับ เลือกซื้อหน่อไม้ดองให้โดนใจ อร่อยจริง

หน่อไม้ดอง คือ อาหารที่ได้จากการนำหน่อไม้ชนิดต่างๆ ที่เราสามารถนำมารับประทานได้ ไม่ว่าจะเป็น หน่อไผ่ตง ไผ่สีสุก หรือไผ่ป่า มาปอกเปลือก ฝาน หรือหั่นเป็นชิ้นให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ จากนั้นจึงนำไปดองในน้ำเกลือหรืออาจผสมส่วนผสมอื่นๆ ลงไป ถือว่าเป็นเคล็ดลับความอร่อยแล้วแต่สูตรของแต่ละคน

แต่ในปัจจุบันคงมีหลายๆ คนที่ไม่สะดวกจะทำหน่อไม้ดองด้วยตัวเอง แต่เราก็สามารถเลือกซื้อหน่อไม้ดองที่ผ่านการแปรรูปมาเรียบร้อยแล้วได้อย่างสะดวกสบาย แต่จะเลือกหน่อไม้ดองอย่างไรให้สะอาด อร่อยและโดนใจที่สุดล่ะ? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากคุณค่ะ

เคล็ดลับการเลือกซื้อหน่อไม้ดอง

1. ลักษณะทั่วไปของหน่อไม้ดอง

หน่อไม้ดองที่ดีนั้น เมื่อดูจากสายตาแล้วต้องไม่เป็นเสี้ยน มีลักษณะทั่วไปสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ต้องสะอาด ไม่มีฝ้าขาวหรือฟองที่เกิดจากการดอง

2. สีของหน่อไม้ดอง

เนื้อของหน่อไม้ดองต้องมีสีตามธรรมชาติ สีไม่คล้ำ ไม่ผ่านการแต่งสี

3. กลิ่นและรสชาติ

กลิ่นและรสไม่ควรผ่านการปรุงแต่ง แต่ควรเป็นกลิ่นและรสชาติตามธรรมชาติของการดอง ไม่ควรมีกลิ่นรสอื่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นเน่า หรือรสขื่น เป็นต้น

4. เนื้อของหน่อไม้

เนื้อสัมผัสของหน่อไม้ดองต้องแน่น ไม่เละหรือเปื่อยยุ่ย จึงจะได้มาตรฐานที่น่าซื้อมารับประทาน

5. สิ่งแปลกปลอมที่อาจเจือปนอยู่

เนื่องจากหน่อไม้เป็นพืชผลจากดิน ก่อนนำมาแปรรูปจึงต้องผ่านการล้างทำความสะอาดก่อนเสมอ หน่อไม้ดองที่ดีจึงไม่ควรมีเศษสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ปะปนมาด้วย เช่น เส้นผม ดิน ทราย กรวด สิ่งปฏิกูลจากสัตว์หรืออื่นๆ

ความเชื่อ “ผิดๆ” เกี่ยวกับหน่อไม้ดอง

หลายคนอาจเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง ว่ากินหน่อไม้แล้วเป็นของแสลง กินหน่อไม้แล้วทำให้ปวดข้อ รวมไปถึงการกินอาหารที่ผ่านการแปรรูปมาจากหน่อไม้อย่างหน่อไม้ดองด้วย แต่ความจริงแล้วหน่อไม้นั้นเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรหลีกเลี่ยงเท่านั้นค่ะ แต่หากเราไม่ได้ป่วยเป็นโรคเกาต์ก็สามารถรับประทานหน่อไม้ได้ตามปกติ อีกความเชื่อหนึ่งก็คือคนเป็นเบาหวานห้ามกินหน่อไม้ ทั้งที่ความจริงแล้วหน่อไม้และหน่อไม้ดองนั้นมีน้ำตาลน้อยมาก ไม่ได้ส่งผลกับระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย ดังนั้นแม้จะเป็นเบาหวานก็สามารถรับประทานได้อย่างแน่นอน

จะเห็นได้ว่าการเลือกซื้อหน่อไม้ดองให้โดนใจและมั่นใจทั้งความสด สะอาดและความอร่อยนั้นไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิดใช่ไหมคะ นอกจากนี้ใครที่ยังมีความกังวลว่าเราจะทานหน่อไม้ดองได้ไหม ก็ลองปรับความเชื่อที่ว่าหน่อไม้เป็นของแสลงออกไป เพราะจริงๆ แล้วหากเราปรุงสุกก่อนรับประทานและไม่อยู่ในกลุ่มของคนที่เป็นเกาต์ ก็สามารถทานหน่อไม้และหน่อไม้ดองได้ตามปกติแบบไม่ต้องกังวลค่ะ

เคล็ด (ไม่) ลับ ขจัดกลิ่นเปรี้ยวของหน่อไม้ดองก่อนทำอาหาร

เชื่อว่าหลายคนคงต้องรู้จักอาหารแปรรูปจากหน่อไม้รสอร่อย แถมยังมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “หน่อไม้ดอง” กันแน่ๆ ใช่ไหมคะ หน่อไม้ดองเป็นอาหารที่หลายคนชื่นชอบ แต่บางครั้งเมื่อเราเปิดบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุหน่อไม้ดองใหม่ๆ ก็อาจมีกลิ่นเปรี้ยวที่ทำให้หลายคนต้องหันหน้าหนี วันนี้เราจึงขอนำเอาเคล็ดไม่ลับจากก้นครัวในการขจัดกลิ่นเปรี้ยวไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น ให้คุณสามารถนำหน่อไม้ดองไปปรุงอาหารได้อย่างสบายใจ หมดปัญหามีกลิ่นเปรี้ยวรบกวน

กลิ่นเปรี้ยวจากหน่อไม้ดองนั้นไม่เป็นอันตราย แต่อย่างไรก็ตามมันอาจเป็นกลิ่นที่ทำให้อาหารเสียรส และยังทำให้หลายๆ คนที่ไม่ชอบอาหารกลิ่นฉุนต้องเบือนหน้าหนีได้ ดังนั้นใครที่อยากให้คนใกล้ตัวทานเมนูหน่อไม้ดองกับเราได้อย่างสบายใจ แถมยังช่วยให้ทำอาหารได้อย่างมั่นใจไม่กลัวเสียรส ก็ลองมาดูขั้นตอนขจัดกลิ่นเปรี้ยวนี้กันดีกว่าค่ะ

2 ขั้นตอน ช่วยขจัดกลิ่นเปรี้ยวในหน่อไม้ดอง

1. ล้างหน่อไม้ดองด้วยน้ำซาวข้าว

หลังจากเราซื้อหน่อไม้ดองมา ไม่ว่าจะเป็นหน่อไม้ดองที่บรรจุในปี๊บ แบบกระปุกหรือแบบแยกขายที่เรามักเห็นตามท้องตลาด หน่อไม้ดองเหล่านั้นมักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หากเรานำมาประกอบอาหารทันทีโดยไม่ขจัดกลิ่นเสียก่อนก็อาจทำให้อาหารจานอร่อยเสียรสชาติไปได้ ดังนั้นในขั้นแรกอย่าลืมนำหน่อไม้ดองเหล่านั้นมาล้างด้วยน้ำซาวข้าวจนสะอาดก่อนนะคะ เพียงเท่านี้ก็จะข่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่มาพร้อมกับหน่อไม้ดองไปได้แล้ว

2. สูตรขจัดกลิ่นเปรี้ยวของหน่อไม้ดองแบบก้นครัว

นอกจากการล้างด้วยน้ำซาวข้าวแล้ว เรายังสามารถขจัดกลิ่นเปรี้ยวของหน่อไม้ดองไปได้อีก 1 วิธี นั่นก็คือ การนำหน่อไม้ดองไปต้มกับน้ำสะอาด ใส่น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะและเกลือ 1 ช้อนชา จากนั้นเมื่อน้ำเดือดได้ที่ก็เทน้ำต้มทิ้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถขจัดกลิ่นเปรี้ยวออกไปได้แล้วค่ะ

กลิ่นเปรี้ยวที่ติดมาจากหน่อไม้ดองนั้นเป็นกลิ่นที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหลังผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยการหมักดอง จึงไม่ต้องกงัวลว่าหน่อไม้ดองที่เราซื้อมารับประทานนั้นจะบูด เสีย หรือเป็นอันตราย เพียงแต่กลิ่นดังกล่าวอาจทำให้อาหารเสียรสชาติหากนำมาปรุงอาหารทันทีโดยไม่ล้างทำความสะอาดก่อน ดังนั้นหากคุณอยากอร่อยไปกับรสชาติของหน่อไม้ดองอย่างเต็มที่ ก็อย่าลืมล้างหน่อไม้ดองก่อนนำมาปรุงอาหารกันสักนิดเพื่อขจัดกลิ่นเปรี้ยวที่ไม่พึงประสงค์ออกไป เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เราทำอาหารจานเด็ดจากหน่อไม้ดองได้แบบไม่ต้องกลัวว่าจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือมีรสชาติผิดเพี้ยนไปได้แล้วค่ะ

น้ำพริกกากหมู ทานแบบไหนก็อร่อย เราคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ มาผสมเป็นน้ำพริกอย่างพิถีพิถัน รสชาติดี กลมกล่อม ครบเครื่อง

น้ำพริกกากหมู

กากหมูก็คือมันหมูที่นำมาเจียวจนหมดหรือเกือบหมดน้ำมัน จนเหลือแต่กากที่ค่อนข้างจะแข็ง สีออกเหลืองอร่ามหอมและน่ากิน แม้ว่าจะมีมันติดอยู่บ้าง แต่คงไม่ทำให้กินแล้วเพิ่มไขมันสะสมให้กับร่ายกายสักเท่าไหร่ เนื่องจากน้ำมันหมูที่ว่าได้ถูกความร้อนดูดไปจนเกือบหมดแล้วนั่นเอง กากหมูถ้าจะว่าไปแล้วอาจดูว่าไม่มีคุณค่าทางสารอาหารสักเท่าไหร่นอกจากจะเพิ่มไขมันสะสมให้กับร่ายกาย แต่ท่านเชื่อไหมว่ากากหมูยังมีรสชาติที่น่ารับประทานอยู่ในตัวเอง และสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น แคปหมูที่แม่ค้าส้มตำนำมาปรุงร่วมกันกับส้มตำรสเด็ดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำถั่ว ตำแตง หรือลาว ตำไทย และตำอีกหลายชนิดซึ่งล้วนแล้วจะขายดิบขายดีมาแล้วทั่วอีสาน และกทม. รสชาติที่ถูกปาก เผ็ดมาก เผ็ดน้อย ทั้งสาวรุ่น สาวใหญ่ลองได้ชิมแล้วเป็นติดใจไปตาม ๆ กัน

นอกจากแคปหมูที่ใส่ในส้มตำรสต่าง ๆ แล้ว แคปหมูหรือกากหมูยังนำมาปรุงรวมรสกับก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวบกได้อีกหลายเมนู ซึ่งก็สามารถเพิ่มรสชาติและปริมาณของก๋วยเตี๋ยวได้มากทีเดียวและยังไม่เพียงเท่านั้น แคปหมู หรือกากหมูยังนำมาเป็นของกินเล่นเพลิน ๆ เพื่อไม่ให้เหงาปากได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก โดยมีพ่อค้าหัวใสนำมันหมูมาเจียวเป็นกากหมูใส่ถุงพลาสติดมันเป็นพวง แขวนขายในร้านขายของชำถุงและ 5 บาท ซึ่งก็ขายดีจนไม่พอขายทีเดียว โดยเฉพาะพวกขี้เหล้าจะนำไปเป็นกับแกล้มเหล้าได้ดีอีกด้วย

นอกจากเมนุต่าง ๆ ที่กล่าวแล้วข้างต้น กากหมูยังสามารถนำมาผสมเครื่องปรุงทำเป็นน้ำพริกรสเด็ด ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าทีเดียว โดยมีสูตรเด็ดในการทำน้ำพริกกากหมูหลายสูตร ซึ่งล้วนปรุงจากแม่ครัวฝีมือดีทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกกากหมูไข่เจียว น้ำพริกกากหมูแห้ง น้ำพริกกากหมูกุ้งแห่ง น้ำพริกนรกกากหมู ซึ่งเป็นน้ำพริกกากหมูที่เป็นสูตรเฉพาะที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ในความอร่อย แม้จะเป็นเพียงแค่น้ำพริกแต่ถ้าได้ลองชิมแล้วจะต้องยกนิ้วให้ว่ายอดเยี่ยม ไม่ต้องมีกับข้าวอย่างอื่นเพียงมีน้ำพริกกากหมูถ้วยเดียว กินกับข้าวสวยร้อน ๆ เพียงเท่านี้ก็นับว่าดีที่สุขแล้วและอร่อยสุดอย่าบอกใครเชียว

นอกจากกากหมูจะนำมาปรุงเป็นอาหารที่เกี่ยวกับน้ำพริกได้หลายสูตรอย่างที่กล่าวแล้ว ตัวของกากหมูเองก็ยังสามารถนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารได้อีกหลายอย่าง ล้วนเป็นเมนูอาหารที่แตกต่างออกไปทั้งที่เคยเห็น และไม่เคยอีกมากมาย เช่น ยำกากหมู (แคปหมู) ลาบกากหมู กากหมูผัดพริกขิง เป็นต้น

ถ้าจะพูดถึงเครื่องเคียงที่เป็นจำพวกน้ำพริกกันแล้วละก็ จะมีอยู่หลายสูตร หลายฝีมือ ทั้งน้ำพริกกะปิ น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกนรก น้ำพริกเสวย เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือตำน้ำพริกของระดับตั้งแต่ชาวบ้านถึงชาววังกันเลยทีเดียวล้วนต่างก็จะมีสูตร และเครื่องปรุงที่ลับเฉพาะเป็นของตัวเองด้วยกันทุกสูตร โดยเฉพาะเจ้าของสูตรก็มักจะเก็บงำไว้เป็นมรดกตกทอดถึงลูกถึงหลานโดยหวังว่าให้ใช้เป็นเครื่องมือหากินไปได้ตลอดชีวิต อย่างเช่นสูตรน้ำพริกที่มีชื่อเสียงและขายดิบขายดีได้รับรางวัลการันตีว่าเป็นน้ำพริกเจ้าเก่า และเจ้าแรกที่มีรสชาติพอดี และมีวางขายอยู่ทั่วไปเป็นตัวอย่าง สูตรอาหารรสเด็ดไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นสูตรน้ำพริกถ้ามีรสเด็ดเสียอย่าง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องขายได้ เพราะคนที่หาของกินที่อร่อยถูกปากนั้นมีอยู่ทั่วไป และจะต้องแสวงหาของกินที่ถูกปากอยู่ทุกวัน

เรื่องน้ำพริกเป็นของคู่กับคนไทยมานานแสนนาน นอกจากน้ำพริกจะมีรสชาติที่ถูกปากคนไทยแล้ว ยังมีวิธีทำและวัสดุในการปรุงที่หาไม่ยาก โดยเฉพาะวิธีการปรุงก็ยังแสนง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ลิ้มรสชาติกันแล้ว เวลาจะกินก็ไม่ต้องยุ่งยากเพียงมีข้าวสวย และผักต้มอีกเล็กน้อยก็อิ่มกันไปได้มื้อหนึ่งทั้งครอบครัว

ได้กล่าวแล้วว่าน้ำพริกมีหลายสูตร โดยเฉพาะน้ำพริกที่ทำจากของที่คิดว่าเหลือใช้อย่างกากหมู ใครจะคิดว่ากากหมูที่มีแต่มันเยิ้มนั้นจะสามารถนำมาปรุงเป็นน้ำพริกรสเด็ดได้อย่างมากมาย วันนี้เราลองมาปรุงน้ำพริกกากหมูสูตรรสเด็ดกันหน่อยเป็นไร เมื่อทำเสร็จแล้วก็ลองชิมกันเลยว่าจะมีรสชาติดุเด็ดเผ็ดมันอย่างไร

น้ำพริกกากหมู เราลองมาทำน้ำพริกกากหมูกันดีกว่า เป็นสูตรที่ธรรมดา ๆ ไม่ต้องพิถีพิถันอะไรมาก ทำกันอย่างบ้าน ๆ เริ่มจากการนำมันหมูมาลงกระทะเจียวให้หอม และมันหมูเริ่มจะแห้งตักขึ้นทิ้งไว้เพื่อให้น้ำมันหมดไปเสียก่อน ส่วนเรื่องปรุงน้ำพริกกากหมูสูตรนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ใช้เพียงของที่จำเป็นไม่กี่อย่าง ได้แก่

1. กากหมู

2. พริกแห้ง

3. กระเทียม

4. หอมแดง

5. น้ำตาลทราย

6. เกลือป่น

เริ่มต้นด้วยการนำกากหมูที่เจียวแล้วเมื่อสักครู่มาเจียวอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าต้องสะอาด และสุกกำลังดี ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน และให้ระเหยความร้อนสักครู่ ระหว่างที่รอกากหมูให้ได้ที่เพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่าก็ควรทอดพริกแห้ง กระเทียม และหมอไปพลาง ๆ เนื่องจากเป็นเครื่องปรุงที่สำคัญและขาดไม่ได้ทีเดียว เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วให้นำกากหมูที่เจียวและสะเด็ดน้ำมันแล้วมาค่อย ๆ ตำไม่ต้องให้ละเอียดมาก แล้วนำพริกแห้ง กระเทียม และหอมแดงที่เตรียมไว้แล้วลงตำด้วยกันไม่ต้องให้ละเอียดมาก แล้วให้นำมาคลุกน้ำตาล ใส่เกลือเล็กน้อย ก็จะได้น้ำพริกกากหมูที่เราทำเองกันแล้วละ ลองชิมรสชาติว่ายังขาดอะไรก็ปรุงได้ตามใจชอบได้เลย

นำพริกสูตรนี้สามารถที่จะทำเก็บไว้เพื่อกินเอง หรือบรรจุกล่องพลาสติกให้ดีนำออกจำหน่ายก็ได้เพราะเป็นสูตรที่สามารถที่จะเก็บไว้ได้นาน ลองทำดูนะแล้วจะรู้ว่ารสเด็ดแค่ไหน

เมนูน้ำพริกเป็นเมนูเด็ดที่มีมานมนาน ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนของประเทศก็จะมีสูตรน้ำพริกให้ได้ชิมลิ้มรสชาติกันอยู่มิได้ขาด เนื่องจากน้ำพริกเป็นอาหารเด็ดที่ใครได้ชิมแล้วเป็นต้องติดใจ โดยเฉพาะเมนูน้ำพริกที่ปรุงจากวัสดุที่หาได้ง่าย ๆ ใกล้บ้านไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนให้ยุ่งยาก เพราะน้ำพริกเป็นเสมือนอาหารก้นครัวที่ทุกบ้านก็สามารถที่จะทำได้เองทั้งสิ้น โดยเฉพาะถ้าได้ปรุงด้วยฝีมือตัวเองแล้วก็นับว่าต้องอร่อยสมใจเป็นแน่

น้ำพริกส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้เครื่องปรุงที่หาได้ง่าย เช่น หอม กระเทียม พริกแห้ง โดยเฉพาะน้ำพริกกากหมูก็เพียงนำมันหมูมาเจียวให้หมดน้ำมัน ทิ้งผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำมันสักหน่อย นำมาตำหรือโขลกให้ดูละเอียดสักหน่อย ไม่ต้องละเอียดมากแล้วนำมาคลุกเคล้ากันกับเครื่องปรุงดังกล่าวก็จะได้น้ำพริกกากหมูที่แสนอร่อย ยิ่งได้กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ด้วยแล้วให้เราสเต็กมาแลกก็ไม่ยอม

น้ำพริกกากหมูนั้นมีหลายสูตร ทั้งสูตรภาพกลาง สูตรภาคเหนือ สูตรอีสาน และสูตรภาคใต้ แต่สำหรับวันนี้มาลองน้ำพริกกากหมูสวรรค์โลกดูบ้างว่าจะมีรสชาติที่หวานเด็ดเผ็ดมันเพียงไร

เมนูน้ำพริกสูตรสวรรค์โลก เป็นเมนูน้ำพริกรสเด็ดของจังหวัดสวรรค์โลกเขาละ ใครที่ได้ไปเยือนแล้วไม่ได้ลองชิมเห็นทีจะมาคุยว่าได้ไปสวรรค์โลกได้ไม่เต็มปากทีเดียว เนื่องจากเมนูน้ำพริกกากหมูสูตรนี้เป็นเมนูเฉพาะที่นี่ที่เดียว ไม่มีที่ไหนเลียนแบบได้นั่นเอง เป็นเมนูเฉพาะถิ่นก็ว่าได้

ส่วนผสมเมนูน้ำพริกกากหมู สวรรค์โลก

พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง กะปิ มะขามเปียก น้ำตาลปี๊ป เกลือ น้ำมันพืช ซอสปรุงรส มันหมู

วิธีทำ

– ให้ตำเครื่องปรุงทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นให้ละเอียดเข้ากันให้ดี

– เจียวกากหมูให้น้ำมันออกให้หมด เมื่อกากหมูเหลืองอร่ามแล้วตัดขึ้นผึ่งไว้ให้แห้ง

– นำกากหมูมาผัดกันซอสปรุงรส และเกลือเล็กน้อย พักไว้ให้เย็น

– นำเครื่องแกงมาผัดอีกครั้งให้หอมด้วยน้ำมันหมู แล้วนำกากหมูลงผัดรวมกัน คลุกเคล้าให้ทั่ว

– ทิ้งไว้ให้เย็น ก็นำมาเสริฟรับประทานได้

จะเห็นได้ว่าสูตรน้ำพริกกากหมูสูตรสวรรค์โลกนี้เป็นการปรุงน้ำพริกที่ไม่ยุ่งยากเหมือนสูตรน้ำพริกจากที่อื่น ที่อาจจะมีหลายขั้นตอนกว่ากัน สูตรน้ำพริกสูตรนี้เป็นสูตรที่ตกทอดมาจากแม่ครัวที่ได้ถ่ายทอดวิชาการตำน้ำพริกอีกหลายสูตรไม่เฉพาะน้ำพริกกากหมูเท่านั้น แต่ละสูตรล้วนแล้วแต่มีรสชาติที่ดุเด็ดเผ็ดมันด้วยกันทั้งนั้น สูตรน้ำพริกกากหมูสูตรนี้เป็นเพียงสูตรเดียวที่ยังไม่ได้นำออกจำหน่าย แต่ถ้าถึงเวลาก็เชื่อได้ว่าจะต้องได้รับความนิยมจากผู้ซื้อ และผู้ที่นำไปรับประทานเป็นแน่ สำหรับท่านที่ได้เคยลองชิมแล้วก็ต้องยอมรับว่ารสชาติของเขาเด็ดจริง

น้ำพริกกากหมูที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำพริกที่อร่อยนั้นต้องมีรสชาติที่ถูกปาก โดยเฉพาะต้องมีเนื้อน้ำพริก หรือเครื่องปรุงที่เป็นส่วนของเนื้อให้ได้ลิ้มรสชาติไปด้วย แต่ถ้ามีแต่ส่วนที่เป็นน้ำแล้วก็คงไม่เข้าท่าเป็นแน่ จากการกินน้ำพริกให้อร่อยต้องแกล้มกับผักจิ้มด้วย น้ำพริกกากหมูเป็นสูตรน้ำพริกที่ยิ่งแห้งก็ยิ่งดี หรือยิ่งแห้งก็ยิ่งจะออกรสชาตินั่นเอง โดยเฉพาะไม่จำเป็นที่จะต้องแกล้มกับอย่างอื่นให้ยุ่งยาก เพียงน้ำพริกกากหมูกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยอย่าบอกใครเชียว

การที่จะกินน้ำพริกกากหมูให้ได้รสชาติ เห็นทีจะอยู่เฉยไม่ได้ต้องเที่ยวตามหาสักหน่อย ได้ข่าวว่าน้ำพริกกากหมูของทางภาคใต้นั้นมีรสชาติที่ไม่เหมือนใคร แต่ถ้าใครไม่ชอบเผ็ดจัดต้องขอบอกว่าอย่าลอง แต่ถ้าใครชอบก็ต้องขอบอกอีกว่าต้องลอง เพราะสูตรน้ำพริกกากหมูทางใต้นี้รับรองว่าเผ็ดจัดอย่างแน่นอน เนื่องจากอาหารใต้ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ต้องของให้เผ็ดนำไว้ก่อน ทั้งสะตอ ลูกเนียง แกงเหลืองถ้าไม่เผ็ดนำก็ไม่ต้องเรียกว่าอาหารใต้

เนื่องจากอาหารใต้จะถือเอาความเผ็ดเป็นธงนำแล้ว ยังมีรสชาติที่ไม่เป็นรองใคร ตัวอย่างเช่นน้ำพริกต่าง ๆ ของทางใต้ล้วนแล้วแต่เป็นน้ำพริกสูตรเด็ดด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะน้ำพริกกากหมูสูตรใต้ด้วยแล้ว ทั้งเผ็ด ทั้งอร่อยอย่าบอกใครอีกเหมือนกัน แค่ได้เห็นเครื่องปรุงก็ต้องรู้สึกว่าแสบเสียวกันไปแล้วโดยเฉพาะน้ำพริกนรกกากหมู

ส่วนผสม น้ำพริกนรกกากหมู

– กากหมูเจียวสะเด็ดน้ำมัน

– พริกป่นคั่วแห้ง

– ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันพืช

– หอม กระเทียมเจียว

ขั้นตอนการปรุงรส

– ตั้งกระทะผัดพริกป่นให้ร้อน เผ็ดมากก็ใส่มาก เผ็ดน้อยก็ใส่น้อย

– ใส่กากหมูผัดรวมกันให้หอม คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ซอสปรุงรสคลุกคล้าอีกทีให้เข้ากันอย่างดี เมื่อใกล้เสร็จให้โรยกระเทียมเจียว หอมลงได้ด้วย ปิดฝาทิ้งไว้ให้เย็น

– เสริฟอาหารน้ำพริกกากหมู จะกินกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือกินกับไข่ต้มยางมะตูม แกล้งผักสดก็อร่อยเลิศรสทั้งนั้น

เมนูน้ำพริกกากหมูส่วนใหญ่ต้องกินกับข้าวสวยร้อน ๆ เพียงแค่นี้ก็อิ่มไปได้ตลอดทั้งวัน ยิ่งได้น้ำพริกที่เผ็ดถูกปากอย่างน้ำพริกนรกกากหมูสูตรใต้ด้วยแล้วละก็รับรองได้เลยว่าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว น้ำพริกกากหมูโดยส่วนรวมแล้วต้องเป็นน้ำพริกกากหมูที่ผัดจนแห้ง ส่วนที่เป็นกากหมูต้องไม่มีมันไหลเยิ้มออกมาให้เห็น ส่วนจะเผ็ดมากเผ็ดน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะชอบอะไร แต่ที่ต้องเหมือนกันได้แก่ความแห้งของน้ำพริก เนื่องจากไม่ใช่น้ำพริกกะปิ หรือน้ำพริกที่กินกับผักสดทั่วไป ดังนี้นั้นถ้าไปเจอสูตรที่ไม่เป็นอย่างที่บอกก็คงไม่ต้องเสียเวลาชิม แต่ถ้าได้อย่างที่ว่าแล้วละก็เชื่อไว้ก่อนได้เลยว่าต้องอร่อยอย่างไม่ต้อสงสัย โดยเฉพาะน้ำพริกนรกกากหมูสูตรใต้นี้นับว่าใช้ได้เลย…

เอี๊ยมกระโปรงสำหรับคุณหนู ๆ

ชุดเอี๊ยมกระโปรงสำหรับเด็กๆ เป็นอะไรที่ต้องบอกว่าเป็นแฟชั่นสุดฮิตสำหรับเด็กๆ และเป็นชุดสุดโปรดของบรรดาแม่ๆเลยก็ว่าได้ เพราะความน่ารักของดีไซน์ชุด ที่ทำออกมาขายนั้นเรียกเงินในกระเป๋าของพ่อแม่เด็กได้พอสมควร และ ที่สำคัญถือเป็นการประหยัดค่าเสื้อผ้าลูกน้อยได้ด้วย

เพราะชุดเอี๊ยมกระโปรงเด็กนั้นมักจะมีดีไซน์ที่หลากหลาย และ สีสันสดใส จับมาแมทซ์กับเสื้อตัวไหนก็มักจะเข้ากัน เพราะบางคนซื้อเอี๊ยมกระโปรงไว้แค่ไม่กี่ชุดเพื่อเป็นชุดเด็ดใส่ไปงานต่างๆและเลือกใส่สลับกับเสื้อหลากแบบ ถือว่าเป็นการประหยัดเงินได้เหมือนกัน และบางคนมีไอเดียเด็ดมากกว่านั้น คือ เลือกซื้อเป็นแบบเรียบๆ แล้วมาตกแต่งเพิ่มเติม เช่น ปักเลื่อม หรือ ติดตัวการ์ตูนเสริม ซึ่งหล่าแม่ๆที่มีไอเดียในการออกแบบเสื้อผ้ามักชอบเลือกซื้อเอี๊ยมกระโปรงแบบธรรมดาๆ สีพื้นๆ ราคาไม่แพง แล้วนำมาตกแต่งใหม่ให้ดูโดดเด่นกว่าเอี๊ยมกระโปรงที่มีขายตามร้านทั่วไปซะด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ชุดเอี๊ยมกระโปรงของเด็ก ยังดูน่ารัก มีหลากหลายตามฤดูกาลโดยเฉพาะแฟชั่นเอี๊ยมกระโปรงเด็กของต่างประเทศ เพราะมีหลายฤดูดังนั้นเนื้อผ้าและดีไซน์จึงมีเยอะกว่าของบ้านเรา ที่จะมีเนื้อผ้าไม่กี่ชนิด เช่น ยีนส์ ผ้าคอตตอน เป็นต้น แต่ของต่างประเทศนั้นบางแบบมีฮู้ดด้วยก็มี ซึ่งแม่ๆชาวไทยก็อยากจับมาแต่งให้ลูกๆ แต่ติดว่าอากาศบ้านเรานั้นร้อนเลยอดกันไป

หากคุณแม่ๆทั้งหลายสนใจอยากได้เอี๊ยมกระโปรงเด็กสวยๆล่ะก็ ไม่ยากเลย อันดับแรกคือ เวปไซค์เสื้อผ้านำเข้าจากเกาหลี ญี่ปุ่น รับรองมีให้เลือกกันตาลายควักจ่ายกันเพลิน เพราะแต่ละแบบต้องขอบอกว่าน่ารักจริงๆ และที่สำคัญราคาไม่แพงมากจนซื้อไม่ลง หรือ จะไปเดินตามห้างสรรพสินค้า หรือ แหล่งอื่นๆก็มีให้เลือกพอสมควร แต่ดีไซน์จะไม่มีให้เลือกมากเท่ากับเวป เพราะส่วนมากนักเสื้อผ้าเด็กไทยมักไม่นิยมผลิตเอี๊ยมกันมากนักนอกจากเด็กเล็กๆ หากเป็นเด็กโตจะเน้นเลียนแบบแฟชั่นผุ้ใหญ่ซะมากกว่า ดังนั้นแนะนำให้ดูแบบจากตามเวปไซค์จะเลือกได้มากกว่า หรือ บางคนก็พอมีความสามารถด้านการตัดเย็บจะทำเองก็เก๋ไม่น้อย เพราะชุดเอี๊ยมกระโปรงเด็กนั้นเป็นชุดที่ดูแล้วตัดเย็บได้ง่าย สร้างแบบไม่อยาก และ ยังดีไซน์ได้ตามต้องการด้วย ซึ่งวิธีการสร้างแบบนั้นเชื่อว่าตามเวปไซค์มีให้แน่ๆ หาได้ไม่ยาก และ ผ้าสำหรับตัด ของตกแต่งอื่นๆ พาหุรัดมีให้พร้อมสรรพ คุณแม่ๆ สามารถอวดผลงานการตัดเย็บและดีไซน์เก๋ๆ อวดเพื่อนแก็งค์แม่ๆ ด้วยกันเองได้เลย และ ที่สำคัญคือภูมิใจสุดที่ตัดชุดเอี๊ยมกระโปรงให้ลูกใส่เอง เผลอๆ เปิดร้านออนไลน์ได้อีกต่างๆหาก

ขายหน่อไม้ดอง หน่อไม้ต้ม อร่อย สะอาด ไม่ใส่สารฟอกขาว ไม่ใส่สารกันบูด จะเมนูไหนๆก็ทำได้ง่ายๆ สอบถามได้เลยจ้า

หน่อไม้ก็คือส่วนของลำต้นไผ่ที่ยังอ่อนอยู่ หรือส่วนที่ถูกฝังดินไว้ เป็นส่วนของต้นไผ่ที่ต้องใช้วิธีขุดขึ้นมาเพื่อใช้งาน หน่อไม้สามารถนำมาต้มและจิ้มกับน้ำพริกมีรสชาติที่ดี และมีประโยชน์ การนำหน่อไม้มาดองเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง อาจเรียกว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านก็ได้ เนื่องจากหน่อไม้ดองจะมีสูตรในการทำอยู่หลายสูตร ล้วนเป็นสูตรที่เรียกว่าของใครของมัน แต่ละสูตรก็สามารถสร้างรายได้ให้ผู้เป็นเจ้าของสูตรได้มากมายด้วยการทำเป็นสินค้าโอท๊อป

หน่อไม้ดองแม้จะไม่มีคุณค่าทางอาหารสูงเหมือนหน่อไม้สด แต่หน่อไม้ดองก็มีคุณค่าแฝงทางอาหารอยู่มากไม่น้อยเช่นกัน เช่น ในหน่อไม้ดองจะมีแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ปนอยู่ในดิน และติดมากับหน่อไม้ชื่อ คลอสทรีเดีย เจ้าแบคทีเรียตัวนี้สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพการณ์ที่ไม่มีอากาศหรือออกซิเจน โดยเฉพาะในอาหารประเภทของหมักของดองทั้งหลายซึ่งได้แก่อาหารจำพวกผลไม้ดองต่าง ๆ และโดยเฉพาะหน่อไม้ดอง และอาหารกระป๋อง

แบคทีเรียคลอสทรีเดียนี้แท้จริงแล้วเป็นแบคทีเลียที่เป็นสารพิษซึ่งผสมอยู่ในอาหาร นอกจากจะเป็นสารพิษ แต่มันก็มีประโยชน์อยู่ในตัวเองด้วย แม้กระทั่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกายังต้องยอมรับ และอนุญาตให้นำแบคทีเรียตัวนี้ไปผ่านกระบวนการแยกพิษออก และทำให้เจือจางลงเพื่อประโยชน์ในการใช้บำบัดโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อโดยการตั้งชื่อให้ใหม่หลังแปลงโฉมแล้วว่า โบท๊อก ซึ่งก็คือสารที่นำมาใช้ในการเสริมความงามที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้นั่นเอง

นอกจากหน่อไม้ดองจะสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนูแล้ว โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจากเนื้อปลาที่มีคาวจัด เนื่องจากหน่อยไม้ดองจะช่วยลดกลิ่นคาวของปลาในอาหารได้เป็นอย่างดี หน่อไม้ดองยังมีสรรพคุณในทางยาอีกต่างหาก โดยการลดการเกิดมะเร็งในสำไส้ใหญ่ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก และยังช่วยในการย่อยอาหาร เนื่องจากหน่อไม้ดองเป็นอาหารที่มีเส้นใยสูงมาก เส้นใยในอาหารเหล่านี้เมื่อถูกย่อยเป็นกากจะมีการดูดซึมและเป็นการชะลอการทำงานของลำไส้และระบบย่อยอาหารในผู้สูงอายุ ก่อนที่อาหารส่วนที่ไม่มีประโยชน์จะถูกระบบในร่างกายแยกไปตกค้างไว้ที่ลำไส้ใหญ่เพื่อรอการขับถ่ายต่อไป ส่วนที่เป็นอาหารที่มีประโยชน์จะถูกกระแสเลือดนำไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนที่ไม่มีประโยชน์ เช่น สารพิษต่าง ๆ โลหะหนัก และยาฆ่าแมลงที่เรากินเข้าไปก็จะถูกแยกไปตกค้างไว้ที่ลำไส้ใหญ่เพื่อรอการบีบตัวออกทางทวารหนักอย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น

หน่อไม้ดองแม้จะเป็นเพียงของหมักดองที่ดูว่าไร้ค่า และไร้ประโยชน์ แต่แท้จริงแล้วเป็นอาหารที่มีประโยชน์และสรรพคุณในทางยาที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งก็ได้

หน่อไม้ดองแม้ว่าจะเป็นอาหารหมัก ๆ ดอง ๆ ดูเหมือนว่าจะไม่มีคุณค่าในทางอาหารสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้นำมาวิจัยให้ละเอียด หน่อไม้ดองก็มีประโยชน์ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะนอกจากจะนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง ทั้งผัด ทั้งแกง หรือต้มแล้ว หน่อไม้ดองยังสามารถนำมาผสมกับเนื้อสัตว์ และปลาเพื่อปรุงเป็นอาหารได้อีกมากมายหลายอย่าง เช่น ผัดพริกแกงหมูสับหน่อไม้ดอง แกงหน่อไม้ดองแบบอีสาน หน่อไม้ดองผัดวุ้นเส้น หน่อไม้ดองอกไก่ แกงปลาดุกหน่อไม้ดอง และแกงไก่บ้านหน่อไม้ดอง เป็นต้น

ซึ่งเป็นอาหารเมนูของทางภาคอีสานเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นอาหารที่เพิ่มคุณค่านอกจากโปนตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์แล้ว ยังได้คุณค่าจากหน่อไม้ดองอีกต่างหาก เนื่องจากหน่อไม้ดองเป็นอาหารที่มีเส้นใยสูง มีประโยชน์ในทางเป็นอาหารเพื่อช่วยชะลอการทำงานของระบบการย่อย และการบีบตัวของลำไส้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ระบบทางเดินอาหารที่เคยทำงานหนักมาแล้วตลอดเวลา จะได้ถึงเวลาที่พักผ่อนหรือเป็นการชะลอการทำงานของอวัยวะภายในลง โดยเส้นใยของหน่อไม้ดองจะเข้าไปลดการย่อยและการดูดซึมของกระเพาะอาหาร และลำไส้ลงได้ ทำให้ผู้สูงอายุที่มีอาการท้องผูก อาหารไม่ย่อยมีอาการดีขึ้น และสบายขึ้น

หน่อไม้ดองนอกจากจะนำมาผสมกับเนื้อสัตว์ เนื้อปลาเพื่อการปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนูแล้ว หน่อไม้ดองยังมีสรรพคุณในทางยาหรือเป็นยาสมุนไพรอีกด้วย โดยมีสรรพคุณในการช่วยลดภาวการณ์เกิดมะเร็งลำไส้ ลดและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นใยในหน่อไม้ดองที่มีสรรพคุณในการช่วยย่อยอาหารนั่นเอง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุถ้าได้บริโภคเส้นใยแล้วจะทำให้ท้องสบายขึ้นมาก เนื่องจากไม่มีแก๊สในกระเพาะอาหารให้อึดอัดอีกต่อไป และสามารถที่จะถ่ายได้อย่างสะดวก

ข้อควรระวังในการบริโภคหน่อไม้ และหน่อไม้ดอง หน่อไม้เป็นส่วนของลำไผ่ที่ยังไม่แก่หรืองอกออกมาเป็นต้นไผ่ มีส่วนที่ยังอยู่ในดิน สามารถนำมาประกอบอาหารกับเนื้อสัตว์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะหน่อไม้ดองแม้ว่าจะมีคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าหน่อไม้สด แต่มีคุณค่าแฝงหรือมีสรรพคุณทางยาอย่างที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น แต่แพทย์ก็ไม่อาจที่จะแนะนำให้บริโภคเป็นประจำได้เหมือนกันโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคบางชนิด เช่น ผู้ป่วยโรคเกาต์ ไม่ควรรับประทานเนื่องจากในหน่อไม้ดองจะมีสารพิวรินอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสารพิวรินตัวนี้เป็นสารที่ทำให้กรดยูริกที่เป็นสาเหตุของโรคเกาต์สูงขึ้น ซึ่งสารพิวรินนี้จะมีมากในสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ และถั่วต่าง ๆ โดยเฉพาะในหน่อไม้

จะอย่างไรก็ตามของที่มีประโยชน์สูง ก็อาจมีโทษได้เช่นกัน ดังนั้นการบริโภคก็ไม่ควรให้มากเกินไป ควรรับประทานให้พอดี ก็จะมีคุณค่าทางอาหารพอดีเช่นกัน

หน่อไม้มีคุณค่าทางอาหารสูงโดยเฉพาะหน่อไม้สด และหน่อไม้ดองอาจมีคุณค่าทางอาหารที่น้อยกว่าก็จริง แต่ในทางการแพทย์แล้ว หน่อไม้ดองนับว่ามีคุณค่าและสรรพคุณทางยาอย่างเห็นได้ชัด จึงนับว่าหน่อไม้ดองมีคุณค่าที่แฝงอยู่ในตัว ซึ่งหาได้ยากในของหมักของดองอื่น ๆ หน่อไม้ดองหรือหน่อไม้ปี๊บ นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาของคนไทยเนื่องจากเป็นวิธีถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ที่จะสามารถเก็บไว้กินได้เป็นเวลานานกว่าหน่อไม้สด

ในขณะเดียวกันทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุขได้ออกมาชี้ว่า การบริโภคหน่อไม้ดองอาจทำให้ร่างกายขาดแคลเซียมได้ แนะให้บริโภคหน่อไม้สดดีกว่า เนื่องจากหน่อไม้สดจะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่า ย้ำการบริโภคหน่อไม้ควรทำความสะอาดให้ดีด้วยการล้างให้สะอาด หรือต้มในน้ำเดือดทุกครั้งก่อนนำมาบริโภค เพื่อเป็นการป้องกันการได้รับเชื้อโบทูลินั่ม ซึ่งเป็นสารพิษที่มีฤทธิ์สามารถทำลายระบบประสาทการมองเห็น ทำให้เห็นภาพซ้อน นัยน์ตาพล่ามัวมองเห็นภาพไม่ชัดเจน หลังตาตก มีอาการพูดไม่ชัด หรือการกลืนอาหารลำบาก ปากแห้ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งอาการดังกล่าวอาจแสดงให้เห็นได้หลังได้รับสารพิษโบทูลินั่มเข้าไปแล้วประมาณ 2-4 ช.ม. หรืออย่างช้าประมาณ 12-36 ช.ม. หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีก็อาจเสียชีวิตได้ โดยมีอาการระบบการหายใจล้มเหลว ดังนั้นหากพบอาการดังกล่าวที่ผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

เมนูหน่อไม้ถือเป็นอาหารโปรดของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นผัด แกง ต้ม ทั้งรับประทานสดหรือดองโดยมีอาหารโปรตีนรวมอยู่ด้วย ในการรับประทานหน่อไม้สดจะได้คุณค่าทางอาหารมากกว่าเนื่องจากหน่อไม้สดจะมีพลังงานน้อยกว่า เนื่องจากหน่อไม้ดองจะสูญเสียวิตามินและพลังงานไปในการหมักดองเกือบหมด ดังนั้นการที่จะให้ร่างกายได้รับสารอาหารเหมือนเดิมควรรับประทานผักสดให้หลากหลายชนิดอย่างเพียงพอ การที่จะซื้อหน่อไม้สด หรือดองมาประกอบอาหารด้วยตนเองควรต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาดให้มาก โดยการล้างให้สะอาดและนำมาต้มให้สุกเพื่อการบริโภค หน่อไม้สดควรต้มในน้ำเดือดประมาณ 20-30 นาที จำนวน 1 ครั้ง ส่วนหน่อไม้ดองควรต้มในน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาที จำนวน 2 ครั้ง แล้วให้เทน้ำทิ้งก่อนที่จะนำมาปรุงอาหารทั้งนี้เพื่อป้องกันเชื้อโบทูลินั่ม และการต้มดังกล่าวยังเป็นการลดสารไซยาไนต์ให้หมดไปอีกด้วย เนื่องจากสารไซยาไนต์จะมีอยู่ในของหมักดองทุกชนิด โดยเฉพาะหน่อไม้ดอง

การบริโภคของสดที่ซื้อมาจากตลาดโดยเฉพาะผัก ผลไม้ ควรล้างให้สะอาดก่อนที่จะบริโภค หน่อไม้สดหรือหน่อไม้ดองก็เป็นอาหารที่จะนำมาบริโภคในลักษณะเดียวกัน ดังนั้นก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารก็ควรต้องปฏิบัติเช่นเดี่ยวกับผักสด คือควรล้างให้สะอาดหรือต้มให้สุดอย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น จึงสามารถไว้ใจได้ 100%…

หน่อไม้ดอง สะอาด น่ารับประทาน ไม่ใส่สารฟอกขาว จะผัด แกงหรือทำอะไรก็อร่อย สนใจสั่งได้เลยจ้า

หน่อไม้ดอง อาหารยอดนิยมของคนไทย

หน่อไม้ดอง อาหารยอดนิยมอันแสนคุ้นเคยของคนไทย จากต้นอ่อนของไม้ไผ่ที่กลายมาเป็นหลากหลายเมนู หน่อไม้ดองหรือบางพื้นที่อาจเรียกว่าหน่อไม้ส้ม เนื่องจากเมื่อผ่านการดองแล้วจะได้รสเปรี้ยว เป็นกระบวนการแปบรูปที่ง่ายและชาญฉลาดของคนสมัยก่อน เพราะด้วยวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง แต่สามารถยืดอายุของหน่อไม้เก็บไว้กินได้อีกเป็นปี

ที่มาของหน่อไม้ดอง

หน่อไม้ โดยธรรมชาติจะเป็นอาหารที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล เว้นเสียแต่ว่าจะมีการปลูกโดยมีจุดประสงค์ทางอุตสาหกรรมคือการแปรรูปจำนวนมากเพื่อนำไปขายอาจสามารถพัฒนาสายพันธุ์ให้เกิดนอกฤดูกาลได้

แต่สำหรับหน่อไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติจะพบมากในฤดูฝน พบได้ในหลากหลายภาคโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน เมื่อฝนตก ต้นไผ่ก็จะพร้อมใจกันแตกหน่ออย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้ชาวบ้านมีผลผลิตเป็นหน่อไม้มากินกันมากมาย แต่ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ จากอาหารก็จะกลายเป็นต้นไม้ไผ่ที่มีเนื้อแข็งจนกินไม่ได้ ฉะนั้นชาวบ้านจึงหาวิธีถนอมอาหารโดยนำหน่อไม้มาแปรรูปเพื่อเก็บไว้ให้กินได้นานขึ้น

ความจริงแล้วในประเทศไทยมีต้นไผ่หลากหลายสายพันธุ์ จึงทำให้บ้านเรามีหน่อไม้หลากหลายสายพันธุ์ตามไปด้วย อาทิ หน่อไม้ป่า หน่อไม้ไผ่ตง หน่อไม้ไผ่ซาง หน่อไม่ไผ่บง และอีกหลายสายพันธุ์ที่นำมาทำเป็นหน่อไม้ดองได้

ส่วนวิธีการคัดเลือกนั้นชาวบ้านไม่ได้มีขั้นตอนอะไรมากมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหน่อไม้ตามธรรมชาติในแต่ละพื้นที่ แต่วิธีการเลือกหลักๆ คือเลือกหน่อไม้ที่ยังอ่อน เพิ่งขึ้นเป็นตอเล็กๆ หน่อไม่ที่ยังอ่อนจะมีสีขาว เนื้อนิ่ม น่ารับประทาน แต่ถ้าปล่อยให้แก่แล้วเนื้อจะแข็ง

ความแตกต่างของหน่อไม้ดองกับหน่อไม้ต้ม

การนำหน่อไม่มาถนอมอาหารที่นิยมกันมีอยู่ 2 วิธี ก็คือการดอง ซึ่งจะได้หน่อไม้รสเปรี้ยว กับการต้มหรือหน่อไม้อัดปิ๊บ ซึ่งจะได้หน่อไม่รสจืด โดยหน่อไม่ 2 ประเภทนี้จะเหมาะกับการประกอบอาหารที่แตกต่างกัน และมีวิธีการทำที่แตกต่างกันด้วย

– หน่อไม้ดอง

หน่อไม้ดอง จะเป็นการใช้หน่อไม้ดิบมาแกะเปลือกออก ทำความสะอาดแล้วซอยหรือหั่นเป็นแว่น จากนั้นจะนำไปคลุกกับเกลือและบรรจุภาชนะ โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาเกือบเดือนหน่อไม้ก็จะเริ่มเข้าที่จนทานได้และจะสามารถเก็บไว้ได้เป็นปี หรือสำหรับบางคนที่ดองทานเอง สามารถผสมน้ำซาวข้าวเหนียวจะทำให้หน่อไม้ทานได้เร็วขึ้น เพียง 3 วันหรือ 7 วันก็ทานได้เลย แต่ข้อเสียก็คืออายุการเก็บอยู่ได้ไม่นาน ส่วนใหญ่แล้วจะทำการดองแต่น้อย ดองเองกินเอง

แต่สำหรับหน่อไม้ที่ดองขายในท้องตลาดส่วนใหญ่จะใช้เพียงเกลือเท่านั้น ก็สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นปี หน่อไม้ดองด้วยเกลือแต่รสสัมผัสที่ได้จะมีรสเปรี้ยว เหมาะกับการประกอบอาหารที่มีรสจัดเช่น แกงส้ม แกงเหลือง ผัดเผ็ด ฯลฯ หน่อไม้ดองที่ขายกันในท้องตลาดจะมีทั้งแบบหั่นเป็นเส้น หั่นเป็นแว่น หรือซอยเป็นชิ้นบางๆ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละร้าน

หลายคนอาจเคยสังเกตว่าหน่อไม้ดองมีทั้งเนื้อที่เป็นสีขาวและสีออกเหลือง ความจริงแล้วหน่อไม้ที่ดองเสร็จใหม่ๆจะเป็นสีขาว กลิ่นไม่แรง แต่ถ้ายิ่งเก็บไว้นานสีของหน่อไม้จะเข้มขึ้นจนเป็นสีเหลือง และอาจมีกลิ่นแรงขึ้นนิดหน่อย ทั้งนี้ก่อนประกอบอาหารแนะนำให้ล้างหลายๆ น้ำ หรืออาจะทำการต้มก่อนเพื่อความเจือจางและความสะอาดก็ได้เช่นกัน

– หน่อไม้ต้ม

การต้มหน่อไม้ก็เป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง โดยทำการปอกเปลือกแล้วต้มทั้งหน่อ ส่วนใหญ่ที่ขายในท้องตลาดจะบรรจุในปี๊บหรือบรรจุถุง หน่อไม้ต้มหรือหน่อไม้ปี๊บจะมีรสชาติจืด หน่อไม่ต้มจะไม่มีกลิ่นแรง และสีออกเหลือง เหมาะสำหรับการประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซุบหน่อไม้ แกงไตปลา แกงคั่ว เป็นต้น

หน่อไม้ดองนำมาทำเป็นเมนูอะไรได้บ้าง

หน่อไม้ดองสามารถนำมาประกอบอาหารได้มายมายหลายร้อยเมนู ไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง ยำ แกงคั่ว หรือจะรังสรรค์เป็นเมนูอาหารในแต่ละท้องถิ่นก็ยังได้ อย่างเช่นซุบหน่อไม้ แกงโฮะ เชื่อได้เลยว่าสามารถประกอบอาหารได้มากกว่าที่คุณคิดหรือเคยกินแน่นอน ยกตัวอย่างเมนูหน่อไม้ดองที่จัดว่าเด็ด อย่างเช่น

– แกงส้มกุ้งหน่อไม้ดอง เมนูภาคกลางที่หลายคนต้องเคยกิน ด้วยเครื่องของแกงส้มที่ครบเครื่องและจัดจ้าน พร้อมวัตถุดิบหลักอย่างกุ้งสดตัวโต ๆ รับรองว่าจะทำให้มื้ออาหารนั้นๆ อร่อยครบรสอย่าบอกใคร

– แกงไก่บ้านหน่อไม้ดอง แกงไก่ใส่หน่อไม้ดองนี้เป็นเมนูที่ชาวอีสานคุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะทำกินกันในครอบครัว หรือทำเลี้ยงแขกในเทศกาลต่างๆ แกงหม้อใหญ่ๆ แล้วแบ่งปันกันกินได้หลายครอบครัว ทั้งอิ่มท้องทั้งอิ่มใจ ใครที่ไปเที่ยวภาคอีสานต้องลิ้มลอง

– แกงเหลืองหน่อไม้ดอง แกงเหลืองเป็นเมนูของทางภาคใต้ สีเหลืองของเครื่องแกง บวกกับการปรุงรสอย่างเข้มข้นตามแบบฉบับของคนใต้ ส่วนเนื้อสัตว์อาจจะใช้เป็นปลาสวาย หรือหมูก็ได้ตามใจชอบ ปรุงรสให้เผ็ดนิดๆด้วยพริกขี้หนู รับรองเป็นเมนูที่ทั้งหอมทั้งแซ่บเข้มข้นอร่อยไม่รู้ลืม

– แกงโฮะ เมนูพื้นบ้านของชาวเหนือ บางตำราบอกว่าที่มาของแกงโฮะก็คือการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง โดยการนำเอาอาหารที่กินเหลือหลายๆ อย่างมารวมกัน อาจจะใส่เครื่องบางอย่างเพิ่มเข้าไปเช่น วุ้นเส้น หน่อไม้ดอง จากนั้นปรุงรสใหม่และแต่งกลิ่นเพิ่มเติม ก็จะได้อาหารใหม่อีกมื้อโดยไม่ต้องทิ้งของเก่า แต่แกงโฮะในปัจจุบันก็นิยมปรุงสดใหม่กันแล้ว โดยเฉพาะที่ขายในร้านอาหารเหนือ

– กะเพราหมูหน่อไม้ดอง เป็นเมนูอาหารตามสั่งยอดฮิตของคนเมือง ผัดกระเพราสุดโปรด เพิ่มความอร่อยด้วยหน่อไม้ดอง แค่นี้ก็ทำให้กะเพราแสนธรรมดาดูมีรสชาติขึ้นมาได้ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

– ต้มหน่อไม้ดองขาหมู เปลี่ยนจากเมนูเผ็ดๆ มาเป็นเมนูรสจืดกันบ้าง ใครว่าหน่อไม้ดองจะทำเป็นเมนูจืดไม่ได้ ต้มหน่อไม้ดองขาหมูนี่ไง ทำง่ายอร่อยด้วย

นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ จากเมนูอาหารที่ทำจากหน่อไม้ดอง แต่ความอร่อยที่แท้จริงยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะยังมีเมนู อีกเป็นร้อยเป็นพันที่ทำจากหน่อไม้ดอง เช่น ยำวุ้นเส้นหน่อไม้ดอง, หมูผัดหน่อไม้ดอง, ผัดพริกแกงหมูหน่อไม้ดอง, ผัดหน่อไม้, ผัดเผ็ดหน่อไม้ดองลูกชิ้น, คั่วหน่อไม้ดองใส่หมู และอีกสารพันอาหารที่สามารถรังสรรค์ได้ไม่รู้จบ

สรรพคุณของหน่อไม้ดอง

หน่อไม้เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ถึงแม้การดองจะทำให้คุณค่าทางอาหารลดลงบ้างเมื่อเทียบกับการทานหน่อไม้สด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถือว่าเป็นอาหารที่มีกากใยสูงและยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน

1. เป็นอาหารที่มีกากใยสูง ถือเป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นของหน่อไม้เลยก็ว่าได้คนที่ทานหน่อไม้บ่อย ๆ จึงช่วยลดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี

2. เมื่อร่างกายดูดซึมสารอาหารจากหน่อไม้ ส่วนที่เหลือเป็นกากใยจะถูกลำเลียงส่งไปยังลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยลำเลียงสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย ทำให้ลดโอกาสของการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

3. หน่อไม่เป็นอาหารที่มีน้ำตาลน้อย และกากใยสูงมาก มีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก

4. หน่อไม้มีส่วนช่วยในการผลิตกรดอะมิโนหลายชนิดที่ร่างกายต้องการ แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากการทานอาหารเท่านั้น

5. ทางการแพทย์แผนจีนถือว่าหน่อไม้เป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น จึงช่วยปรับสมดุลในร่างกาย หากรู้สึกว่าร่างกายร้อนเกินไปก็ให้กินหน่อไม้จะช่วยปรับสมดุลในร่างกายได้ และยังช่วยแก้กระหาย แก้ไอ ขับเสมหะ บำรุงกำลังด้วย

6. หน่อไม้ดอง ถึงจะผ่านกระบวนการดองมาแล้วแต่ก็ยังมีโปรตีน ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ซ่อมแซมร่างกายในส่วนที่สึกหรอ ป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียง่าย

7. หน่อไม้มีวิตามินบี 6 และสังกะสี มีหน้าที่สำคัญคือช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย และช่วยให้ระบบการทำงานภายในร่างกายเป็นไปอย่างปกติ

แต่อย่างไรก็ตาม หน่อไม้ดองถือว่าเป็นอาหารแสลงสำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวดังกล่าวจึงควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทาน และเพื่อการทานอาหารที่ปลอดภัย ควรทำความสะอาดหน่อไม้ดองทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร โดยผ่านการล้างหลาย ๆ น้ำ หรือต้มให้สุกก่อน 1 ครั้ง (ประมาณ 15-30 นาที) จากนั้นจึงนำไปประกอบอาหาร จะช่วยป้องกันเชื้อโบทูลินัมและลดสารไซยาไนด์ลงได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ข้อควรระวังในการทานหน่อไม้ดอง

อย่างไรก็ตาม การซื้อหน่อไม้ดองจากตลาดบางครั้งก็ยากที่จะตรวจสอบว่าหน่อไม้เหล่านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร กระบวนการผลิตได้มาตรฐานหรือไม่ ดองไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มีการเก็บที่สะอาดหรือเปล่า ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นที่มาของอาหารที่ไม่สะอาดทำให้คนที่ทานเข้าไปเกิดการเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลได้

หากหน่อไม้ถูกดองอยู่นปี๊บเป็นเวลานาน มีกระบวนการผลิตที่ไม้ได้มาตรฐาน หรือมีกระบวนการเก็บที่ไม่สะอาด จะก่อให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum (คลอสติเดียม โบทูลินัม) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่สร้างสารพิษชื่อว่า “Botulinum toxin” ซึ่งเกิดได้ในอาหารได้เกือบทุกชนิดที่มีความเป็น pH สูงกว่า 4.5 ไม่เพียงแต่หน่อไม้เท่านั้นแต่อาหารชนิดอื่นก็เกิดได้เช่นกัน

นอกจากเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวแล้ว ในหน่อไม่อาจพบสารอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ชื่อ “ไซยาไนด์” ความร้ายแรงของไซยาไนด์ขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มข้นที่ได้รับ หากได้รับมากเกินไปอาจตายได้ เนื่องจากไซยาไนด์จะเข้าไปจับเกาะธาตุเหล็กในกระแสเลือด ทำให้ธาตุเหล็กไม่สามารถนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อย อาการเริ่มต้นระดับแรกจะรู้สึกปวดหัว หายใจยาก ความดันโลหิตต่ำ มึนงง หมดสติ แต่สารไซยาไนด์ในหน่อไม้ ส่วนใหญ่จะพบในหน่อไม้สดมากกว่าหน่อไม้ดอง

วิธีทานหน่อไม้ดองให้ปลอดภัย

1. เลือกซื้อและบริโภคหน่อไม้ดองจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ สะอาด มีการเก็บรักษาและการบรรจุที่ได้มาตรฐาน หน่อไม้ที่เพิ่งดองสดใหม่ควรเป็นสีขาวหรือเหลืองอ่อน แต่ไม่ควรเลือกหน่อไม้ที่ดองจนสีเหลืองเข้มหรือมีกลิ่นแรงเกินไป เพราะนั่นแปลว่าเป็นหน่อไม้ที่ถูกดองเอาไว้นานแล้ว

2. ก่อนซื้อควรสังเกตภาชนะที่บรรจุ ควรเป็นถุงหรือปี๊บที่บรรจุใหม่ มีสภาพดี ไม่มีรอยบัดกรีตะกั่วที่ฝาปี๊บ ตัวปี๊บไม่มีรอยบุบ บวม รั่ว สังเกตหน่อไม้ในถุงไม่มีฟอง และไม่มีกลิ่นบูด

3. ก่อนประกอบอาหารควรล้างทำความสะอาดหน่อไม้ดองหลายๆ น้ำเพื่อความมั่นใจ หรือถ้าจะให้ดีควรต้มให้สุกก่อน 1 รอบ เพื่อฆ่าเชื้อต่าง ๆ ที่อาจปนเปื้อนอยู่ รวมทั้งลดความเปรี้ยว จากคำแนะนำบอกว่าให้ต้มหน่อไม้ดองในน้ำเดือดอย่างน้อย 15-20 นาทีจำนวน 2 ครั้ง และเทน้ำทิ้งจากนั้นค่อยนำมาประกอบอาหาร

หน่อไม้ดองเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยกันดี อีกทั้งยังสามารถประกอบอาหารได้หลายร้อยเมนูเลยทีเดียว เป็นอาหารที่นิยมทานกันทั่วไปทุกภูมิภาค ซึ่งไม่เพียงคนไทยเท่านั้น แต่นานาประเทศก็ยังนิยมทานหน่อไม้ดองกันอย่างแพร่หลายด้วย การดองเป็นกระบวนการถนอมอาหารอันชาญฉลาดเพื่อให้วัตถุดิบสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อกลายมาเป็นกระบวนการทางอุตสาหกรรมจึงอาจเกิดการปนเปื้อนของแบคทีเรียได้ ดังนั้นก่อนทานจึงควรทำความสะอาดและปรุงให้สุก ก็จะช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและทานหน่อไม้ดองได้อย่างปลอดภัย

น้ำพริกปลาย่าง อร่อยได้ทุกที่ สะอาด สด ใหม่ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย พิถีพิถัน คัดสรรวัตถุดิบอย่างดี คลุกเคล้าส่วนผสมจนรสชาติกลมกล่อม

“น้ำพริกปลาย่าง” เสน่ห์ปลายจวักของผู้หญิงไทย

“น้ำพริก” เมนูอาหารหลักที่ต้องมีอยู่ในสำรับอาหารของคนไทยไม่มื้อใดก็มื้อหนึ่ง และพฤติกรรมการบริโภคน้ำพริกของคนไทยจากรายงานการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคและความปลอดภัยทางอาหารของน้ำพริก โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชี้ให้เห็นว่า คนไทยมากถึงร้อยละ 98.0 นิยมบริโภคน้ำพริกและกว่าร้อยละ 64.1 จัดให้น้ำพริกเป็นอาหารประจำครอบครัวที่ขาดไม่ได้ และหนึ่งในเมนูนั้นก็คือ “น้ำพริกปลาย่าง”

“น้ำพริกปลาย่าง” เมนู เสน่ห์ปลายจวัก

จากพฤติกรรมการบริโภคน้ำพริกของคนไทย ส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารที่นิยมปรุงเองและทานกับคนในครอบครัวมากกว่าซื้อแบบปรุงสำเร็จหรือสั่งทานในร้านอาหารทั่วไป ในอดีตถือว่าการปรุงน้ำพริก คือเสน่ห์ปลายจวักของผู้หญิงไทย เพราะนอกจากปรุงทานกันในครอบครัวมากกว่าสั่งทานตามร้านอาหารแล้ว ยังสามารถนำเครื่องปรุงที่เป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นหรือมีตามช่วงฤดูกาลมาดัดแปลงและประยุกต์ให้เป็นสูตรน้ำพริกที่มีความอร่อยแตกต่างไปตามรสชาติของคนปรุง โดยรสชาติที่จัดจ้านของน้ำพริกแต่ละเมนูเมื่อทานคู่กับพืชผักสวนครัว หรือผักริมรั้วที่ปลูกไว้ ยิ่งทำให้คนทานเจริญอาหารมากขึ้น

สูตรน้ำพริกที่อยู่คู่ครัวหรืออยู่ในเมนูอาหารของคนไทยนั้น มีอยู่มากมาย ทั้งเมนูน้ำพริกที่มีสูตรส่วนประกอบวิธีทำและขั้นตอนการปรุงเฉพาะตัว หรือสูตรน้ำพริกที่สามารถดัดแปลงได้ตามวัตถุดิบที่มีอยู่

น้ำพริกปลาย่าง ถือเป็นหนึ่งในหลายๆสูตรเด็ด ที่เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตที่กล่าวไว้ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เพราะเมื่อหาปลามาได้หากทานไม่หมดก็จะแปรรูปทำเป็นปลาแห้ง ปลาย่าง ปลาป่น หรือปรุงเป็นน้ำพริกปลาย่างที่สามารถเก็บไว้ทานได้นานๆ

น้ำพริก + ผัก เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ

วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน น้ำพริกถูกจัดให้เป็นสำรับอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะนอกจากเครื่องปรุงและส่วนประกอบพื้นฐานเป็นพริกที่ให้รสเผ็ด มีเครื่องเทศหลากหลายชนิดที่เป็นพืชสมุนไพรมีสรรพคูณทางยาและช่วยดับกลิ่นคาวของส่วนประกอบที่เป็นเนื้อสัตว์ เช่น น้ำพริกปลาย่าง น้ำพริกกุ้งสด หรือน้ำพริกนรกที่มีเนื้อปลาเป็นส่วนประกอบแล้ว รสเผ็ดและความจัดจ้านของเครื่องปรุงในน้ำพริกหลากหลายเมนู เช่น น้ำมะขามเปียก มะขามฝักอ่อน น้ำมะนาว รวมไปถึงรสเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศ เช่น กระเทียม หัวหอม ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด ขมิ้น และอื่นๆ ทำให้เมนูน้ำพริกต้องมีเครื่องเคียงเป็นพืชผักต่างๆทานคู่กันเพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อน น้ำพริกจึงกลายเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่เพียงทำให้เจริญอาหารเท่านั้น การทานผักยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับเมนูน้ำพริก รวมทั้งมีไฟเบอร์ หรือกากใยอาหารช่วยให้ระบบย่อยในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น จากการศึกษาพฤติกรรมการรับประทานน้ำพริก ยังพบอีกว่า กลุ่มคนที่รับประทานน้ำพริกคู่กับผักมีมากถึง ร้อยละ 97.5 ทำให้เชื่อได้ว่า น้ำพริกเป็น เมนูอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทยอย่างแท้จริง

ผักเคียงยอดนิยม ทานคู่กับน้ำพริกปลาย่าง

การทานผักเป็นเครื่องเคียงคู่กับน้ำพริกปลาย่าง ช่วยพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ลดความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศได้แล้ว ผักหลายชนิดที่นำมาเป็นเครื่องเคียงทานแล้วยังช่วยให้น้ำพริกเมนูต่างๆอร่อยได้รสชาติยิ่งขึ้น ซึ่งผักบางชนิดเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้ด้วย และพืชผักที่นิยมทานคู่กับน้ำพริกปลาย่าง จากการสำรวจพบว่าผักเคียงที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบและนิยมทานคู่กับน้ำพริกเกือบทุกเมนู ลำดับแรก ได้แก่ แตงกวา รองลงมา คือ มะเขือเปราะ ผักกบุ้งไทย ชะอม และถั่วพู ตามลำดับ

นอกจากผักเคียงยอดนิยมอย่างเช่น แตงกวา มะเขือเปาะ ผักบุ้ง ชะอม และถั่วพู น้ำพริกปลาย่าง ยังนิยมทานคู่กับผักพื้นบ้านที่มีอยู่ในท้องถิ่น ผักที่ปลูกตามริมรั้ว และพืชผักตามฤดูกาล ได้หลากหลายชนิด เช่น ผักแว่น ผักติ้ว ยอดอ่อนสะเดา ใบชะพลู ผักชีล้อม ผักกระโดน ใบบัวบก สะเดามาเล ถั่วฝักยาว ดอกแค ขมิ้นขาว น้ำเต้า กระเจี๊ยบ ดอกสะลิด ยอดผักปัง สะตอ ผักหวาน ยอดกระถิ่น และอื่นๆ จากข้อมูลพบว่าคนส่วนใหญ่ยังนิยมรับประทานผักที่ทำให้สุก เช่น ทอด นึ่ง ลวก หรือย่าง มากกว่ารับประทานผักสดคู่กับน้ำพริก

คุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารที่ได้จากพืชผักสมุนไพร

น้ำพริกปลาย่าง ทานคู่กับผักเคียง เป็นเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นอาหารช่วยปรับธาตุ เพราะพืชผักหลายชนิดนอกจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา ยังมีสารอาหารสำคัญที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยปรับสมดุล ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งพืชผักแต่ละชนิดมีคุณคุณค่าทางโภชนาการและมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้

– แตงกว่า ผักยอดนิยมอันดับหนึ่งที่นิยมทานคู่กับน้ำพริกมากที่สุด คุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ ช่วยลดกรดในกระเพาะ ผลและเมล็ดอ่อนทานเป็นยาระบาย รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะและลำไส้

– มะเขือเประ เป็นผักที่นิยมทานคู่กับน้ำพริก รองจากแตงกวา คุณค่าทางโภชนาการได้แก่ ช่วยลดไข้ ลดการอักเสบ ลดความดันเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ กระตุ้นการเผาผลาญกระตุ้นการขับถ่าย ช่วยขับพยาธิ รักษาเบาหวาน ต้านมะเร็ง และช่วยบำรุงหัวใจได้

– ผักบุ้งไทย ผักบุ้งประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารที่มีประโยชน์ และผักบุ้งไทยยังมีวิตามินซีสูงกว่าผักบุ้งจีน มีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงสายตา รักษาอาการสายตาสั้น ป้องกันการท้องผูก ช่วยบำรุงหัวใจ ลดการเกิดไขมันอุดตันเส้นเลือด

– ชะอม เป็นผักที่นิยมทานคู่กับน้ำพริก เป็นผักที่ปลูกง่าย และหาได้ในท้องถิ่น คุณค่าทางโภชนาการมีวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และ ธาตุเหล็ก นอกจากลวกสุกทานคู่กับน้ำพริกแล้ว ชะอมยังนำมาทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ชะอมชุบไข่ แกงส้มชะอมกุ้ง หรือเป็นส่วนประกอบใน เมนู แกงอ่อม แกงลาว แกงแค แกงหน่อไม้ และเมนูอื่นๆได้อีกมากมาย

– ถั่วพู เป็นผักที่อยู่ในกลุ่มผักยอดนิยม ในการนำมาทานคู่กับน้ำพริกปลาย่างและเมนูน้ำพริกอื่นๆ ทั้งทานดิบหรือนำไปลวกไปต้มให้สุก และยังนำไปเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารอื่นๆได้หลากหลายเมนู เช่น ยำถั่วพู หรือเป็นผักใส่ในแกงป่า คุณค่าทางโภชนาการ ถั่วพู ประกอบไปด้วยพลังงาน คาร์โบไฮเดรต ใย ไขมันทั้งอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว ประโยชน์ของถั่วพู ช่วยบำรุงกำลัง ในถั่วพูมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง ช่วยให้ฟันแข็งแรง บำรุงกระดูก

– ผักชีลาว เป็นพืชผักที่นิยมปลูกไว้ทานเอง และปลูกได้ตลอดทั้งปี มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ แก้ร้อนใน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และแก้ไข้

– ใบชะพลู เป็นพืชผักที่มีสรรพคุณเป็นพืชสมุนไพร นอกจากทานคู่กับน้ำพริกปลาย่าง และยังเป็นผักเคียงในเมนูอาหารอื่นๆได้หลากหลายเมนู มีสรรพคุณทำให้เจริญอาหาร

พืชผักสมุนไพรที่ใช้ทานเป็นผักเคียงคู่กับน้ำพริก ยังมีอีกมากมายหลายชนิด นอกจากผักที่นิยมทานกันทั่วไปแล้ว ผักพืชบ้านที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นอย่างเช่น สะตอ หรือลูกเนียง ที่มีมากทางภาคใต้ก็เป็นผักที่ได้รับความนิยม และทานคู่กับน้ำพริกได้เกือบทุกเมนู และผักบางชนิดที่นิยมทานคู่กับน้ำพริกอย่างเช่นผักพื้นหลายชนิดไม่เพียงช่วยลดความเผ็ดร้อนเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มรสชาติให้กับน้ำพริกทำให้คนทานเจริญอาหารเป็นพิเศษอีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของเครื่องเทศในน้ำพริก

การทานน้ำพริกปลาย่างและเมนูน้ำพริกอื่นๆคู่กับผักเคียง มีฤทธิ์เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงได้ เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และวิตามิน รวมไปถึงสารอาหารต่างๆที่ได้จากเครื่องปรุงในน้ำพริก ซึ่งเครื่องปรุงสำคัญที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และใช้เป็นส่วนประกอบหลักๆในน้ำพริกหลากหลายเมนู รวมถึงน้ำพริกปลาย่าง ได้แก่

– พริก คุณค่าทางโภชนาการของพริกทุกชนิด ได้แก่ สารแคปไซซิน มีสรรพคุณช่วยขับเหงื่อ มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็ง ดีต่อระบบทางเดินหายใจ การทานในปริมาณที่พอเหมาะยังช่วยป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน และไหวเวียนดี

– ข่า เป็นส่วนประกอบในเมนูน้ำพริก ที่มีรสเผ็ดร้อน ช่วยขับลมในลำไส้ และช่วยดับกลิ่นคาวในอาหารหรือส่วนประกอบที่เป็นเนื้อสัตว์

– ตะไคร้ ช่วยดับคาวในอาหารหรือดับกลิ่นคาวของส่วนประกอบในน้ำพริกปลาย่างที่เป็นเนื้อสัตว์ แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ และใช้ชงเป็นชาช่วยขับพิษ ขับโลหิตร้านในมดลูก

– กระเทียม คุณค่าทางโภชนาการของกระเทียมมีมากมาย สามารถป้องกันมะเร็ง รักษาโรคหัวใจ เป็นยาชูกำลัง รักษาโรคเกาต์ และมีคุณสมบัติเป็นยาแก้อักเสบ ทำลายเชื้อแบคทีเรียโดยไม่มีผลข้างเคียงกับผู้ป่วย ช่วยลดคลเลตเตอรอล และลดความดันโลหิตสูง

– หอมแดง เป็นส่วนประกอบในน้ำพริกปลาย่างและน้ำพริกเกือบทุกเมนู มีสรรพคุณช่วยขับลม ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ช่วยให้เจริญอาหาร และลดระดับไขมันในเลือดได้ดีกว่ากระเทียม

– มะนาว คุณค่าทางโภชนาการของมะนาว ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ร้อนใน บำรุงธาตุ และแก้กระหาย

– มะขาม เป็นส่วนประกอบในสูตรน้ำพริกปลาย่างและเมนูอื่นๆใช้ได้ทั้งน้ำมะขามเปียก และมะเขาด่อนหรือมะขามสด มีคุณค่าทางโภชนาการ แก้ท้องอืด ช่วยระบายท้อง บรรเทาและแก้อาการไอ ทำให้ชุ่มคอ

– มะอึก นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในน้ำพริกหลายเมนูหลายสูตร มีสรรพคุณแก้ดับพิษ แก้เสมหะ และแก้ไอ

– มะเขือเทศสุก มีคุณค่าทางโภชนา ทานแล้วช่วยบำรุงผิวพรรณ มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคหวัด โรคหลอดเลือดหัวใจ และป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่น

เครื่องเทศและส่วนประกอบสำคัญที่นำมาปรุงในน้ำพริกปลาย่าง หรือสูตรน้ำพริกเมนูอื่นๆ การใช้เครื่องปรุงและส่วนประกอบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นหรือแต่ละภูมิภาค ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมการบริโภคและวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ภาคอีสานหรือภาคเหนือ ทานข้าวเหนียวเป็นหลัก น้ำพริกปลาย่างเหมือนกัน แต่อาจมีสูตรและวิธีการปรุงแตกต่างจากภาคกลางหรือภาคใต้ หรือเมนูน้ำพริกของทางภาคใต้จะเลือกใช้ขมิ้นเป็นส่วนประกอบหลักและเรียกน้ำพริกว่า “น้ำชุบ”

น้ำพริก กับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย

มีการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคนเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคน้ำพริกของคนไทย พบว่า ส่วนใหญ่บริโภคน้ำพริก เพราะเป็นอาหารรสจัด รสชาติถูกปากช่วยให้เจริญอาหารทำให้ทานอาหารได้มากขึ้น และอีกหนึ่งเหตุผลของคนที่ชื่นชอบการทานน้ำพริก ก็คือทำให้ได้ทานผัก เป็นอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และน้ำพริกปลาย่าง ยังเป็นเมนูอาหารที่สะดวกสามารถเก็บไว้รับทานได้นาน

จากพฤติกรรมการบริโภคน้ำพริกปลาย่าง หรือน้ำพริกเมนูอื่นๆ ที่มีรสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อน ถือเป็นวัฒนธรรมการการบริโภคอาหารของคนไทย ที่นอกจากเลือกทานผักเคียงเพื่อลดความเผ็ดร้อนและเป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการทำให้น้ำพริก มีรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้น บางเมนูยังปรับปรุงดัดแปลงทานคู่กับไข่เจียว ไข่ต้ม ทานคู่กับปลาเค็ม หรือแคปหมู และที่สำคัญเป็นเมนูอาหารที่ทำง่าย นิยมทำทานเองมากกว่าซื้อน้ำพริกปรุงสำเร็จ ทำให้ “น้ำพริกปลาย่าง” ยังคงเป็นเสน่ห์ปลายจวักของหญิงต่อไปทุกยุคทุกสมัย

น่ารักสไตล์วัยใสกับชุดยีนส์หนูน้อย

เราอาจคิดว่าเรื่องของการแต่งตัวนั้นได้รับความนิยมแต่ในหมู่ของหนุ่ม ๆ หรือสาว ๆ เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองเขาก็อินเทรนด์และไม่ยอมให้ลูกน้อยที่รักตกเทรนด์หรือเอ๊าท์

ดังนั้นปัจจุบันจึงมีการออกแบบเสื้อผ้าเด็กออกมามากมายและหลากหลายสไตล์ ทำให้กลายเป็นแฟชั่นเด็กไปเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะกับชุดยีนส์

ชุดยีนส์ของหนูน้อยเริ่มได้รับความนิยมหลังจากที่ชุดยีนส์ของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้รับความนิยมติดลมบนกันไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่เสื้อผ้าเด็กจะเลียนแบบเครื่องแต่งกายของผู้ใหญ่ แล้วตัดเย็บออกมาให้เด็กสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นชุดยีนส์เดรส ชุดยีนส์เอี๊ยม ชุดยีนส์จั๊มสูท ฯลฯ เรียกได้ว่าพี่ ๆ มีชุดไหน หนู ๆ ก็มีทุกชุดและทุกสไตล์ ที่สำคัญพอหนู ๆ สวมใส่แล้วน่ารักที่สุดในโลก

ชุดยีนส์เด็กน่ารัก อินเทรนส์ไม่แพ้ใคร

เพราะหนู ๆ เขาก็อินเทรนด์และไม่มีเอ๊าท์เช่นเดียวกัน ดังนั้นวันนี้เราจะมีดูแฟชั่นชุดยีนส์ของหนูน้อยที่กำลังได้รับความนิยมและแม้แต่ตัวหนูน้อยก็นิยมสวมใส่มาก ๆ

1. ชุดยีนส์เดรส สวยใสน่ารัก

เรามักเห็นหนูน้อยสวมใส่ชุดเดรสบ่อย ๆแต่พอเป็นชุดยีนส์เดรสยิ่งทำให้หนูน้อยน่ารักสุด ๆ เรียบร้อยและเหมาะสมกับการสวมใส่ไปในทุกที่ที่พ่อแม่ของหนูน้อยต้องไป

2. ชุดยีนส์จั๊มสูท น่ารักไม่มีใครเกิน

ชุดยีนส์ชุดนี้ก็ได้รับความนิยมจากทั้งคุณพ่อคุณแม่และตัวหนูน้อยเองก็ชอบสวมใส่ เพราะใส่แล้วทะมัดทะแมง ไม่ต้องคอยระวังเหมือนกับการใส่ชุดกระโปรงและมันส์กับการเล่นสนุกได้ทุก ๆ ที่

3. ชุดยีนส์เอี๊ยม ใส่แล้วน่ารักที่สุด

ชุดยีนส์เอี๊ยมก็เป็นชุดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากพ่อแม่ผู้ปกครอง เพราะสวมใส่ให้หนูน้อยทีไรก็น่ารักน่าหยิก ใครเห็นก็รักและเอ็นดู

เห็นหนู ๆ สวมใส่ชุดยีนส์น่ารักน่าเอ็นดูกันขนาดนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองคนไหนยังไม่มีชุดยีนส์ให้ลูกรักสักชุดอย่ารอช้า เพื่อไม่ให้เสียโอกาส ดังนั้นวันนี้เราจึงนำเทคนิคการเลือกชุดยีนส์สำหรับลูกน้อยมาฝากด้วย

1. เลือกชุดยีนส์ที่เนื้อผ้าสวมใส่สบาย ไม่ร้อน ไม่อึดอัด เพราะปัจจุบันผ้ายีนส์มีหลายเกรด เลือกเกรดที่คุณภาพดีและสวมใส่สบาย หนูน้อยจะได้สวมใส่ชุดยีนส์อย่างมีความสุขที่สุด

2. เลือกชุดยีนส์ที่สามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส ไม่ต้องซื้อมากชุดเพราะร่างกายของหนูน้อยยังต้องเจริญเติบโตไปอีก ใส่ไม่นานชุดก็เล็กลงและสวมใส่ไม่ได้แล้ว

เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้พ่อแม่ผู้ปกครองควรนำไปใช้ เพราะเชื่อว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือชุดยีนส์ให้กับลูกรักเพื่อให้ลูกรัก น่ารักอินเทรนด์ ไม่แพ้ใคร ๆ นั่นเอง…